
‘โต้ง’ตามล้วง‘เงินกองทุนนอกงบ-อปท.’
“กิตติรัตน์” เล็งรีดเงินนำส่งจาก “กองทุนหมุนเวียน” ชี้ปีงบ 2553 มีรายได้สูงกว่ารายจ่าย 1 แสนล้านบาท
“กิตติรัตน์” เล็งรีดเงินนำส่งจาก “กองทุนหมุนเวียน” ชี้ปีงบ 2553 มีรายได้สูงกว่ารายจ่าย 1 แสนล้านบาท
น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 ก.ค. มีมติเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินและเงินนอกงบประมาณที่อยู่ในความรับผิดชอบภาครัฐ เช่น รัฐบาลกลาง กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งมีสินทรัพย์รวม 20.3 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ครม.มอบหมายให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกำหนดแนวทางจัดการทรัพย์สินและเงินนอกงบประมาณของภาครัฐใน 3 แนวทาง 1.ให้กรมธนารักษ์นำทรัพย์สินที่มีอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ราชพัสดุที่มีมูลค่า 3.36 ล้านล้านบาท ใช้ให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
2.ให้กองทุนและเงินหมุนเวียนต้องนำส่งรายได้เช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจ เพราะข้อมูลปี 2553 พบว่ากองทุนหมุนเวียนมีรายได้สูงกว่ารายจ่าย 1.04 แสนล้านบาท แต่ไม่มีการนำส่งเงินเข้ารัฐ และทุกปียังได้รับการจัดสรรเงินเพิ่มเติมจากรัฐบาลอีก
3.เร่งรัดให้ อปท.ใช้เงินที่ได้รับการจัดสรรส่วนกลางทุกปีไปใช้ดำเนินการตามแผนงาน โครงการที่กำหนดไว้ เนื่องจากพบว่า อปท.เก็บเงินสดและเงินฝากไว้กว่า 2.71 แสนล้านบาท ไม่เช่นนั้นจะลดการจัดสรรงบให้ในปีต่อไป
สำหรับนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวคิดของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ที่เสนอขออำนาจจาก ครม.ในการจัดการทรัพย์สินและเงินนอกงบประมาณตามความเหมาะสม







