
ทวงเงินโรงไฟฟ้า
รายย่อยกว่า100โรงค้างจ่าย สมทบ‘กองทุนพัฒนาไฟฟ้า’
รายย่อยกว่า100โรงค้างจ่าย สมทบ‘กองทุนพัฒนาไฟฟ้า’
เรกูเลเตอร์ไล่ทวงเงินโรงไฟฟ้าเล็ก ค้างจ่ายเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง “การรายงานข้อมูลการผลิตไฟฟ้าและการนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าประเภทใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า” ว่า ขณะนี้มีผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กกว่า 100 ราย ยังไม่นำเงินส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า จากผู้รับใบอนุญาตฯ ทั้งหมดที่มีอยู่ 331 ราย
ระเบียบกำหนดให้นำส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2554 แต่หลายโรงยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนฯ และไม่ทราบถึงแนวทางขั้นตอนนำเงินเข้ากองทุนฯ ที่ถูกต้อง เรกูเลเตอร์จะให้เวลาทยอยนำส่งเงิน โดยระหว่างนี้จะเร่งให้ข้อมูลสร้างความเข้าใจ แต่หลังจากทุกอย่างเข้าระบบ ซึ่งจะกำหนดวันและเวลาที่ชัดเจนในการนำส่งเงิน หากโรงไฟฟ้าใดยังไม่ปฏิบัติจะมีบทลงโทษหรือเปรียบเทียบปรับ
“ผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าต้องนำเงินส่งเข้ากองทุนฯ 2 แนวทาง คือ 1.ระหว่างก่อสร้างโรงไฟฟ้าจ่าย 5 หมื่นบาท/เมกะวัตต์/ปี 2.ช่วงผลิตไฟฟ้าจำแนกตามประเภทของเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิต ถ่านหิน 2 สต./หน่วย พลังน้ำ 2 สต. น้ำมัน 1.50 สต. ก๊าซธรรมชาติ 1 สต. พลังงานหมุนเวียน ได้แก่ ลม แสงอาทิตย์ ชีวภาพ ชีวมวล ขยะ กากวัสดุเหลือใช้ 1 สต.” นายอดิเรก กล่าว
ปัจจุบันมีผู้รับใบอนุญาตฯ 205 ราย เริ่มนำส่งเงินเข้ากองทุนฯ สำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่เดือน ม.ค. 2554 เป็นต้นมา มีเงินที่เก็บรักษาไว้ 2,499 ล้านบาท โดยเรกูเลเตอร์ได้โอนเงินดังกล่าวเป็นค่าบริหารจัดการไปยังกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่จัดตั้งขึ้นมา 37 กองทุน ตามพื้นที่ที่มีโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ คิดเป็นวงเงินรวม 78 ล้านบาท เพื่อให้มีการจัดทำแผนงานประจำปีในการเสนอขอใช้เงินในการพัฒนาชุมชนของตัวเอง
แผนงานที่ได้เสนอของบมาแล้วมีทั้งหมด 865 โครงการ ล่าสุดได้พิจารณาอนุมัติกว่า 260 ล้านบาท คาดว่าภายในเดือน ส.ค.นี้ จะพิจารณาอนุมัติโครงการที่เหลือให้แล้วเสร็จทั้งหมด







