
ชงกนย.ลดที่ปลูกยางเก่าแก้ราคาตก
เสนอ กนย. ลดพื้นที่ปลูกยางเก่า 5 แสนไร่ หวังชะลอปัญหาราคาตกต่ำ
เสนอ กนย. ลดพื้นที่ปลูกยางเก่า 5 แสนไร่ หวังชะลอปัญหาราคาตกต่ำ
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ(กนย.) ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ จะมีการพิจารณาหามาตรการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำในระยะสั้นและในระยะยาว ซึ่งในขณะนี้ถึงเวลาที่จะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนออกมาและมีแนวทางปฏิบัติหรือสร้างแรงจูงใจออกมาทีสามารถทำได้จริง โดยเฉพาะการลดพื้นที่ปลูกยางเก่าเพื่อลดปริมาณยางในตลาด
ทั้งนี้ หลายประเทศเริ่มมีการปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น ในขณะที่โครงการส่งเสริมการปลูกยางในพื้นที่ใหม่ ควรมีการสอบถามความต้องการของเกษตรกรว่ายังประสงค์ที่จะปลูกต่อไปหรือไม่ เพื่อที่จะได้มีแผนบริหารจัดการยางพาราในระยาว
สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาระยะยาวที่ สศก.จะเสนอประกอบด้วย 1.มาตรการส่งเสริมการโค่นยางเก่าอายุ 25 ปี เพื่อปลูกยางใหม่ เป้าหมาย 5 แสนไร่ เพื่อลดปริมาณยางในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในกรณีนี้ที่ผ่านมามีการช่วยเงินสงเคราะห์ 1.6 หมื่นบาท/ไร่ แต่ปัจจุบันสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ยังไม่สามารถลดพื้นที่ปลูกยางเก่าได้ตามเป้าหมาย
2.แนวทางส่งเสริมการพัฒนา การแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มยางและสร้างรายได้เข้าประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมการแปรรูปในระดับต้นน้ำและกลางน้ำ
สำหรับมาตรการการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำในระยะสั้นนั้น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ให้ผู้ประกอบการส่งออกยางพารา ทำข้อเสนอมาจะให้ภาครัฐช่วยเหลือย่างไรซึ่งเบื้องต้นทราบว่าทางผู้ประกอบการต้องการให้ช่วยเหลือในเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อและส่งออกยางพาราในปัจจุบันที่คำสั่งซื้อลดลงจากวิกฤติเศรษฐกิจยุโรปที่ทำให้จีนซึ่งซื้อยางไทยส่งออกไปอียูลดลงซึ่งคาดว่าในต้นสัปดาห์หน้าจะได้ข้อเสนอของผู้ประกอบการทีชัดเจนออกมาเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในขณะที่โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรหรือโครงการ 1.5 หมื่นล้านบาทนั้น เพื่อให้องค์การสวนยาง(อสย.)เข้ามารับซื้อยางในโครงการเพื่อนำราคาตลาดได้มากขึ้น จะมีการเสนอให้รัฐมีนโยบายช่วยเหลือหรือรับผิดชอบโครงการหาก อสย. ดำเนินการซื้อยางและมีปัญหาการขาดทุนในอนาคต ซึ่งหากที่ประชุมเห็นชอบก็จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป







