
แนะ200โรงงานปรับเตาแอลพีจี
สนพ.จูงใจโรงงานเปลี่ยนเตาเผาแอลพีจี ตั้งเป้า 200 เตาภายในปีครึ่ง ประหยัดได้ปีละ 36 ล้านบาท
สนพ.จูงใจโรงงานเปลี่ยนเตาเผาแอลพีจี ตั้งเป้า 200 เตาภายในปีครึ่ง ประหยัดได้ปีละ 36 ล้านบาท
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในเตาเผาและกระบวนการผลิตเซรามิก
ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตเข้าร่วมโครงการ โดยตั้งเป้าหมายจะเปลี่ยนเตาเผาทั่วประเทศ 200 เตา ภายในระยะเวลา 18 เดือน คาดหวังจะลดการใช้แอลพีจีลงได้ปีละ 1,200 ตัน หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 36 ล้านบาท และลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า 3,600 ตัน/ปี
ปัจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมมีการใช้แอลพีจีในภาคอุตสาห กรรมทั้งประเทศประมาณ 6.5 หมื่นตัน/เดือน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซรามิกที่สร้างรายได้เข้าประเทศสูงถึงปีละ 2 หมื่นล้านบาท มีการใช้แอลพีจี 4,000 ตัน/เดือน คิดเป็นสัดส่วน 6%
สำหรับโครงการเปลี่ยนเตาเผาฯ จะใช้เงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมาสนับสนุนจำนวน 50 ล้านบาท ซึ่งมีการดำเนินโครงการนี้มาแล้ว 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ระหว่างปี 2539–2543 ได้ปรับปรุงเตาเผาเซรามิกรวม 158 เตา คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ปีละประมาณ 47.7 ล้านบาท
ขณะที่ระยะที่ 2 ระหว่างปี 2551-2554 ได้ทำการปรับปรุงเตาเผาเซรามิกรวม 501 เตา ประหยัดได้ปีละ 84 ล้านบาท และระยะที่ 3 เป็นโครงการล่าสุดตั้งเป้าปรับปรุงเตาไว้ 200 เตา
อย่างไรก็ตาม ได้วางรูปแบบการปรับปรุงประสิทธิภาพเตาเผาเซรามิกไว้ ดังนี้ 1.ปรับปรุงเตาเดิมที่มีผนังเซรามิกไฟเบอร์ชำรุดมาเป็นผนังเซรามิกไฟเบอร์ใหม่ 2.เปลี่ยนเตาเดิมหรือเตาผนังอิฐทนไฟมาเป็นเตาใหม่ผนังเซรามิกไฟเบอร์ ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดรายจ่ายในกระบวนการผลิตลงได้ 15-50%







