
ลู่ทางการลงทุนไทยในเซบู
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ส่งคณะไปศึกษาลู่ทางการลงทุนในฟิลิปปินส์ โดยจุดหมายปลายทางสำคัญในครั้งนี้ คือ จังหวัดเซบู ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟูมาก มีการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ เช่น คอนโดมิเนียม โรงแรม ศูนย์การค้า ฯลฯ จำนวนมากมายคล้ายคลึงกับไทยในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ส่งคณะไปศึกษาลู่ทางการลงทุนในฟิลิปปินส์ โดยจุดหมายปลายทางสำคัญในครั้งนี้ คือ จังหวัดเซบู ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟูมาก มีการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ เช่น คอนโดมิเนียม โรงแรม ศูนย์การค้า ฯลฯ จำนวนมากมายคล้ายคลึงกับไทยในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540
สำหรับจังหวัดเซบู ประกอบด้วยเกาะเซบู ซึ่งสภาพทางภูมิศาสตร์มีรูปร่างยาวเรียว โดยมีความยาวมากถึง 220 กม. แต่กว้างมากที่สุดเพียง 30 กม. นอกจากนี้พื้นที่ของจังหวัดยังครอบคลุมถึงเกาะขนาดเล็กโดยรอบอีก 167 เกาะ รวมเป็นพื้นที่ 5,368 ตร.กม. หรือ 1% ของพื้นที่ประเทศไทย ประชากรรวม 4.2 ล้านคน สำหรับเมืองหลวงของจังหวัด คือ นครเซบู ประชากร 9 แสนคน และหากรวมปริมณฑลแล้ว ประชากรจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านคน ทำให้เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของฟิลิปปินส์ รองจากกรุงมะนิลาเท่านั้น
สำหรับเศรษฐกิจของจังหวัดเซบู ประกอบด้วย 3 เสาหลัก
เสาหลักแรก คือ การท่องเที่ยว เซบูเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก โดยมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากที่สุดในฟิลิปปินส์ สำหรับในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของเซบูเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉลี่ยประมาณ 14.5% ต่อปี โดยมาจากเกาหลีใต้มากที่สุด รองลงมา คือ ญี่ปุ่น และสหรัฐ โดยชาวเกาหลีใต้นิยมมาเที่ยวที่เซบูมาก ทั้งมาท่องเที่ยว มาศึกษาภาษาอังกฤษในช่วงปิดเทอม ฯลฯ
สำหรับเซบูนอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทหาดทรายชายทะเลเหมือนกับเกาะภูเก็ตของไทยแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โดยเมื่อสเปนปกครองฟิลิปปินส์ ซึ่งในช่วงนั้นชื่อว่าหมู่เกาะอินเดียตะวันออกของสเปน ได้ตั้งเมืองหลวงขึ้นที่นครเซบูเป็นแห่งแรก ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปยังกรุงมะนิลาในปี 2114 นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาอีกด้วย เนื่องจากเป็นแหล่งต้นกำเนิดของศาสนาคริสต์ในฟิลิปปินส์ โดยมีอาคารเก่าแก่เชิงประวัติศาสตร์หลายแห่ง
โอกาสสำคัญของการลงทุน คือ ธุรกิจโรงแรม ปัจจุบันมีทั้งนักลงทุนฟิลิปปินส์และนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากเกาหลีใต้สนใจมาลงทุนก่อสร้างโรงงานที่จังหวัดเซบูจำนวนมาก โดยมีโรงแรมที่มีชื่อเสียงภายใต้แบรนด์ชั้นนำของโลกมากมาย เช่น แมริออท แชงกรีลา เชอราตัน ฮิลตัน มาร์โคโปโล เรดิสัน ฯลฯ
เสาหลักที่สอง คือ อุตสาหกรรม โดยเซบูมีนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ทำให้เป็นฐานของหลายผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น เป็นฐานผลิตนาฬิกาไทเม็กซ์ เป็นฐานผลิตอุปกรณ์ทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ของบริษัท Teradyne Philippines เป็นฐานผลิตและทดสอบไอซีของบริษัท แฟร์ไชล์ด ฯลฯ
เซบูยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของฟิลิปปินส์ เน้นการผลิตเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูงและมีราคาแพงเพื่อส่งออกไปยังยุโรปและสหรัฐ โดยอาศัยจุดแข็งที่มีนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีจำนวนมาก นอกจากนี้จากการที่เซบูเป็นแหล่งปลูกผลไม้จำนวนมาก เช่น มะม่วง มะพร้าว ฯลฯ จึงเป็นฐานอุตสาหกรรมเกษตร เช่น ผลิตมะม่วงแห้ง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นโอกาสลงทุนของไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเกษตร
เสาหลักที่สาม เป็นฐานธุรกิจ BPO ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะบริการคอลเซ็นเตอร์ มีตลาดสำคัญ คือ สหรัฐ โดยมีบริษัทชั้นนำของโลกมาตั้งฐานให้บริการ BPO ในเซบู เช่น HP, Fluor Daniels, Dell, IBM, Accenture, ธนาคาร JP Morgan & Chase ฯลฯ โดยปัจจุบันเซบูมีบุคลากรที่ให้บริการใน BPO มากถึง 7.5 หมื่นคน โดยอาศัยจุดแข็งที่มีความรู้ความเข้าใจในภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี
ธุรกิจ BPO นับเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ค่อนข้างสูง เนื่องจากกรณีทำงานในอุตสาหกรรมทั่วไปที่เน้นใช้แรงงาน ซึ่งต้องการพนักงานระดับอาชีวศึกษา พนักงานระดับปฏิบัติจะมีรายได้เพียง 9,000–1 หมื่นบาท/เดือน แต่หากทำงานในธุรกิจ BPO ซึ่งต้องการพนักงานระดับปริญญาตรีที่พูดภาษาอังกฤษคล่อง จะมีรายได้เพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 1.5–2 หมื่นบาท/เดือน การทำงานด้าน BPO ยังถือเป็นการฝึกฝนภาษาอังกฤษไปในตัว ทำให้ต่อไปสามารถไปประกอบอาชีพในต่างประเทศ เช่น สหรัฐ แคนาดา ฯลฯ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ทำให้ผู้จบการศึกษาปริญญานิยมมาทำงานด้าน BPO จำนวนมาก จนขาดแคลนแรงงานด้านนี้ บริษัทต่างๆ ต้องไปหาคนจากพื้นที่ใกล้เคียง เช่น เกาะมินดาเนา มาทำงานในเซบู
อีกลู่ทางการลงทุนสำคัญ คือ การผลิตไฟฟ้า ซึ่งฟิลิปปินส์ขาดแคลนค่อนข้างมาก โดยบริษัท Korean Electric Power (KEP) ของเกาหลีใต้ ได้ลงทุนจำนวนมากในกิจการผลิตไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ โดยปัจจุบันกำลังผลิตไฟฟ้าในฟิลิปปินส์มากถึง 11% เป็นของบริษัท Korean Electric Power ล่าสุดเพิ่งลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในจังหวัดเซบู นอกจากนี้ บริษัท Korean Electric Power ยังกำลังศึกษาลู่ทางลงทุนตั้งโรงไฟฟ้าขนาดเล็กโดยใช้พลังงานหมุนเวียนในเกาะต่างๆ ในเซบู ซึ่งหลายเกาะยังไม่ได้เชื่อมต่อกับสายส่งไฟฟ้า ต้องผลิตไฟฟ้าใช้เองจากเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กที่มีต้นทุนสูง







