
บิ๊กซีจัดเต็มรับมือน้ำท่วมวิกฤตยุโรป
บิ๊กซี ห่วงน้ำท่วม วิกฤตยุโรป กระทบกำลังซื้อครึ่งปีหลัง เตรียมแผนรับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เดินหน้าขยายสาขาทุกรูปแบบ ดันยอดเข้าเป้า
บิ๊กซี ห่วงน้ำท่วม วิกฤตยุโรป กระทบกำลังซื้อครึ่งปีหลัง เตรียมแผนรับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เดินหน้าขยายสาขาทุกรูปแบบ ดันยอดเข้าเป้า
นายกุฎาธาร นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องกังวล คือ เรื่องน้ำท่วม ที่ต้องติดตามการ บริหารจัดการน้ำของภาครัฐอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมแผนรับมือ ซึ่งบริษัทต้องเตรียมการ 2 เรื่อง คือสั่งสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการ และหาพื้นที่สำรองในการกระจายสินค้า
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป เพราะหากมีผลต่อการส่งออก จะกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศตามมา ขณะนี้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเน้นซื้อของใช้จำเป็นมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย เลือกซื้อสินค้าคุ้มค่า คุ้มราคา แต่โดยภาพรวมกำลังซื้อยังดีอยู่เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี
"จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เรายิ่งต้องปรับกลยุทธ์ เพิ่มการบริการใหม่ๆเข้ามาเสริมเพื่อสร้างความสะดวกสบายและเข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น รวมทั้งตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านสินค้าราคาประหยัด เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าภายใต้แนวคิดบิ๊กซี บิ๊กเซอร์วิส" นายกุฎาธารกล่าว
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังนี้ ยังเดินหน้าขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องภายใต้งบลงทุนที่ตั้งไว้ 5,500 ล้านบาท แบ่งเป็นการขยายสาขารูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตและเอ็กซ์ตร้า 4 สาขา สิ้นปีมีครบ 112 สาขา เปิดบิ๊กซี มาร์เก็ต 6 สาขา สิ้นปีมี 18 สาขา ขยายมินิ บิ๊กซี 75 สาขา และร้านขายยาเพรียวอีก 69 สาขา สิ้นปีมี 89 สาขา ซึ่งครึ่งปีแรกขยายสาขาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะการขยายสาขามินิ บิ๊กซีในปั๊มน้ำมันบางจาก ทดลองเปิด 5 สาขาในปีนี้ แต่มีโอกาสขยายได้ถึง 300 สาขา
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ค่อนข้างดี มีกำไรเพิ่มขึ้น 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการเพิ่มทุนและรีไฟแนนซ์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจต่อไป โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้รวมโตตามเป้าที่วางไว้ประมาณ 8-10%







