
เศรษฐกิจฝรั่งเศสแน่นิ่ง
พี่ใหญ่อันดับ2ยูโรโซนแย่ไตรมาสแรกโต0%หนี้พุ่งต่อเนื่อง
พี่ใหญ่อันดับ2ยูโรโซนแย่ไตรมาสแรกโต0%หนี้พุ่งต่อเนื่อง
เศรษฐกิจฝรั่งเศสดับสนิท ไตรมาสแรกของปีไม่โต ซ้ำร้ายหนี้สาธารณะยังพุ่ง รัฐบาลเดินหน้าลดรายจ่ายครั้งใหญ่
ฝรั่งเศส เขตเศรษฐกิจรายใหญ่อันดับ 2 ของกลุ่มยูโรโซนส่งสัญญาณย่ำแย่ เศรษฐกิจไตรมาสแรกของปีแน่นิ่ง มีอัตราการเติบโตที่ 0% หลังจากที่ไตรมาส 4 ของปีที่แล้วเติบโตอยู่แค่ 0.1% เท่านั้น
สถาบันสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสยังคาดการณ์ว่าในปี 2012 นี้ เศรษฐกิจฝรั่งเศสจะมีอัตราการเติบโตเพียง 0.4% เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้าที่ 0.5%
“ฝรั่งเศสจะต้องเจอกับปัญหาการถดถอยของความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มยูโรโซน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของฝรั่งเศสโดยตรง” สถาบันสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสระบุ
นอกจากนั้น รัฐบาลฝรั่งเศสยังเปิดเผยในวันเดียวกันว่า ระดับหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสประจำไตรมาสแรกของปียังพุ่งสูงขึ้นแตะ 89.3% ของจีดีพีแล้ว ซึ่งสูงเกินกว่าเพดานที่กลุ่มยูโรโซนกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 60% ของจีดีพี
ระดับหนี้สาธารณะดังกล่าวถือว่าปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ระดับ 86% ของจีดีพีประเทศ
ล่าสุดนั้น ทางด้านรัฐบาลชุดใหม่ของฝรั่งเศสซึ่งนำโดยพรรคสังคมนิยมของประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ได้เดินหน้านโยบายลดจำนวนข้าราชการประจำกระทรวงต่างๆ ลง 2.5% ให้ได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณของรัฐลงให้อยู่ในระดับตามเกณฑ์ที่กลุ่มยูโรโซนกำหนดไว้
นายกรัฐมนตรี ฌอง มาร์ค อายโรต์ ได้ระบุในจดหมายถึงรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ ว่า แผนการลดค่าใช้จ่ายดังกล่าวของรัฐบาลยังจะครอบคลุมไปถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์สำนักงานและรายจ่ายด้านพาหนะประจำกระทรวงลงให้ได้ราว 7% ด้วย
ทั้งนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสยังมีปัญหาการขาดดุลงบประมาณเกินอยู่ที่ 7,000-1 หมื่นล้านยูโร ถ้าหากลดระดับการขาดดุลงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมายในปีนี้ที่ 4.5% ของจีดีพี และหากจะลดระดับการขาดดุลงบประมาณให้ได้ลงไปอยู่ที่ 3% ของจีดีพีตามเกณฑ์ของยูโรโซนนั้น ฝรั่งเศสจะต้องหาทางลดรายจ่ายให้ได้ถึง 2-3 หมื่นล้านยูโรภายในปี 2013 นี้
นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสย้ำด้วยว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของรัฐบาลในปี 2014-2015 นั้น จะลดลงราว 4% จากปี 2013-2014
อย่างไรก็ตาม การตัดลดรายจ่ายของกระทรวงต่างๆ นั้นจะไม่ครอบคลุมกระทรวงสาธารณะสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งพรรคสังคมนิยมถือว่าการทำงานของกระทรวงเหล่านี้คือภาระหน้าที่อันดับหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะนโยบายการสร้างงานในด้านการศึกษาให้ได้ 6 หมื่นตำแหน่งภายใน 5 ปีนี้







