
เอเพ็กซ์จับมืออินโฟเควสท์
ASPEN เจ้าของโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นเอเพ็กซ์ รุกทำการตลาดในไทยเอง ยันไม่ต่อสัญญาบิสนิวส์ฯ ร่วมมืออินโฟเควสท์ไทยเควสท์แทน
ASPEN เจ้าของโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นเอเพ็กซ์ รุกทำการตลาดในไทยเอง ยันไม่ต่อสัญญาบิสนิวส์ฯ ร่วมมืออินโฟเควสท์ไทยเควสท์แทน
นายจอห์น เพรโทเรียส ประธานแอสเพนรีเสิร์ชกรุ๊ป (ASPEN) ผู้พัฒนาโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นชั้นนำของโลก ตระกูล “Aspen Graphics” แถลงความร่วมมือกับพันธมิตรสองราย คือ อินโฟเควสท์ ซึ่งให้การสนับสนุนด้านข้อมูล และไทยเควสท์ ซึ่งให้การสนับสนุนด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ เพราะจะไม่ต่อสัญญาตัวแทนการขายโปรแกรมให้กับบิสนิวส์เอเอฟอี ซึ่งอยู่ในเครือสำนักข่าวรอยเตอร์สไทยที่จะหมดสัญญาลงในวันที่ 30 มิ.ย. 2556
บริษัทต้องการเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยโดยตรง จากที่ผ่านมาได้ทำการตลาดผ่านบิสนิวส์ภายใต้ชื่อบริการเอเพ็กซ์ (APEX) ส่วนพันธมิตรใหม่สองรายสามารถเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารทั้งในและต่างประเทศแบบเรียลไทม์ลงบนซอฟต์แวร์ ASPEN ได้
“บริษัทเริ่มทำการตลาดกับพันธมิตรใหม่มาตั้งแต่ต้นปี โดยคาดว่าภายในเดือน ก.ค. จะสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เป็นกลุ่มโบรกเกอร์และนักลงทุนมืออาชีพ (ASPEN for Windows) เป็น 3,500 จอ หรือมีส่วนแบ่งการตลาด 4060% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2,500 จอ จากจำนวนโบรกเกอร์กว่า 10 ราย และตั้งเป้าหมายปี 2556 จะเพิ่มเป็น 4,000-5,000 จอ หรือมีส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมด 7080%”
นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นปีบริษัทได้พัฒนาโปรแกรมเพื่อเจาะกลุ่มนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะ (ASPEN for Browser) ซึ่งมีเป้าหมายว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดภายในปี 2556 ให้ได้ 3040% ซึ่งขณะนี้บริษัทเน้นทำการตลาดโดยให้นักลงทุนทดลองใช้ฟรีถึงสิ้นปีนี้ หากได้รับการแนะนำและเป็นลูกค้าของโบรกเกอร์ 3 แห่ง คือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง บล.ซีไอเอ็มบี และ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)
สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่เข้ามาติดต่อกับบริษัทโดยตรงต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขอรับบริการ และในระยะยาวบริษัทจะร่วมมือกับโบรกเกอร์เพิ่มเติมในการขยายฐานลูกค้ารายย่อย
สาเหตุที่บริษัทเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเอง ส่วนหนึ่งเพราะเห็นว่ามีโอกาสเติบโตในอนาคตด้วยหลายเหตุผล อาทิ ไทยจะเข้าสู่อาเซียนลิงก์เกจภายในปีนี้ ตลาดหุ้นไทยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) อยู่ใน 3 อันดับสูงสุดของภูมิภาค มีอัตราการจ่ายปันผลใน 2 อันดับแรกของภูมิภาค เป็นต้น
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนการทำตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งคาดว่าเวียดนามจะเป็นประเทศแรกที่จะไปทำการตลาด เพราะขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจตลาด จากนั้นจะทำการตลาดไปยังอินโดนีเซียและมาเลเซียต่อไป







