posttoday
โลตัสสร้างคนพันธุใหม่รับศึกค้าปลีก

โลตัสสร้างคนพันธุใหม่รับศึกค้าปลีก

29 มิถุนายน 2555

ศักยภาพของบุคลากรกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงในทุกแวดวงธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจค้าปลีกที่จำเป็นต้องมองเรื่องการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกันกับองค์กร เพราะท้ายที่สุดแล้วบุคลากรที่ดีคือแขนขาที่แข็งแรง ซึ่งจะปลุกปั้นให้องค์กรเติบโตได้ตามเป้าหมาย

ศักยภาพของบุคลากรกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงในทุกแวดวงธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจค้าปลีกที่จำเป็นต้องมองเรื่องการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกันกับองค์กร เพราะท้ายที่สุดแล้วบุคลากรที่ดีคือแขนขาที่แข็งแรง ซึ่งจะปลุกปั้นให้องค์กรเติบโตได้ตามเป้าหมาย

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันนี้ เทสโก้ โลตัส หันมามองเรื่องการสร้างคนเลือดใหม่ เพราะต้องยอมรับว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัส เป็นยักษ์ใหญ่ของวงการค้าปลีกที่ขยายตัวในเชิงสาขา พื้นที่ขายมากที่สุด โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 1,000 สาขา ประกอบด้วย 3 รูปแบบ คือ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ที่มีสินค้าครอบคลุมทุกความต้องการ รองลงมาเป็นรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ต หรือตลาดโลตัส และรูปแบบโลตัส เอกซ์เพรส ซึ่งเป็นร้านขนาดเล็กเจาะเข้าชุมชน

นอกจากนี้ ในแต่ละปียังมีแผนขยายทั้งสาขาใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ขายในสาขาเดิม ส่งผลให้มีความต้องการแรงงานใหม่ๆ มากถึง 9,000 ตำแหน่งต่อปี ซึ่งเป็นความต้องการที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเกิดใหม่ของค้าปลีกเจ้าใหม่ ที่มีความต้องการแรงงานในวงการค้าปลีกด้วยเช่นกัน จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากว่าจะทำอย่างไรที่จะรักษาทั้งบุคลากรเดิมและสรรหาบุคลากรใหม่ที่มีศักยภาพ

“ถ้าถามว่าวันนี้แรงงานในวงการค้าปลีกขาดแคลนไหม ต้องบอกว่า ไม่ แต่ทุกองค์กรต้องการคนที่มีศักยภาพ แล้วจะทำอย่างไรให้คนที่มีทักษะสอดคล้องกับวงการค้าปลีกเลือกเทสโก้ โลตัส” ศิริพรรณ ทองเทพไพโรจน์ ประธานกรรมการบริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล เทสโก้ โลตัส กล่าว

และนั่นคือโจทย์สำคัญที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ของวงการค้าปลีกอย่างเทสโก้ โลตัส ต้องลุกมาปรับแผนเรื่องบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพิ่มสวัสดิการต่างๆ เช่น ปรับอัตราเงินกองทุนสะสมจาก 5.5% เพิ่มเป็น 6.5% เพื่อให้สูงที่สุดในแวดวงค้าปลีก

นอกจากนี้ ยังสร้างเส้นทางการเติบโต เพื่อจูงใจให้คนรุ่นใหม่สนใจเข้ามาทำงาน และดันให้ “เทสโก้ โลตัส” เป็นองค์กรหนึ่งในทางเลือกของคนทำงาน หรือ Employer of Choice ภายใน 2 ปี โดยไม่ได้หมายถึงแค่เป็นหนึ่งในใจคนทำงานในวงการค้าปลีกเท่านั้น แต่หมายถึงภาพรวมของงานในฝัน องค์กรในฝันที่คนอยากเข้าไปทำงาน

สำหรับการปรับโครงสร้างอัตราผลตอบแทน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ใช้ฐานค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ 300 บาทต่อวัน ใน 7 จังหวัดนำร่อง เทสโก้ โลตัส ได้ปรับอัตราค่าจ้างใหม่ให้กับพนักงานทุกระดับ คิดเป็นสัดส่วน 90% ของพนักงานทั้งหมด 4.5 หมื่นคนทั่วประเทศ

ขณะที่เส้นทางการเติบโต ได้ใช้กลยุทธ์จัดทำโครงการทางเลือกในการทำงาน หรือออปชัน โปรแกรม เพื่อให้พนักงานที่สนใจจะก้าวไปสู่ตำแหน่งงานที่ใหญ่ขึ้นเข้าร่วมโครงการ เพื่อพัฒนาตัวเองให้มีความพร้อมที่จะทำงานในตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งพบว่ามีพนักงานสนใจเข้าร่วมประมาณ 5,000 คน

ทางด้านฝ่ายปฏิบัติการหรือตำแหน่งในสาขาต่างๆ พนักงานมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการสาขาได้ โดยเน้นที่ความสามารถและผลงานมากกว่าวุฒิการศึกษา สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะจบการศึกษาในระดับใดก็ตาม แต่ถ้าพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพได้ ก็มีโอกาสเป็นผู้จัดการสาขาได้ เช่น ในสาขาใหญ่ที่มีพนักงานประมาณ 200 คน เฉลี่ยอายุงาน 7 ปี มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการสาขา ส่วนสาขาเล็กอย่างเอกซ์เพรส ใช้เวลาประมาณ 3 ปี

“เราพยายามปรับให้ทุกคนมีโอกาสเติบโตได้ในระยะเวลาที่สั้นลง เพื่อจูงใจคนทำงานทั้งคนเดิมและคนใหม่” ศิริพรรณ กล่าว

นอกจากนี้ เทสโก้ โลตัส ได้จับมือร่วมกับกรมอาชีวศึกษา ให้นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่สนใจเรียนไปด้วยฝึกงานไปด้วย เข้าร่วมเรียนหลักสูตรค้าปลีก เรียนทุกวันพุธ ทำงาน 4 วัน คือ วันพฤหัสบดี–อาทิตย์ และหยุดจันทร์และอังคาร เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับนักเรียนสายวิชาชีพ และสรรหาคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงาน

ทั้งนี้ เทสโก้ โลตัส มีเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักเรียนในหลักสูตรค้าปลีกเป็น 1,500 คน ภายในสิ้นปี โดยปัจจุบันเริ่มทดลองเปิดหลักสูตรดังกล่าวให้กับโรงเรียนวิชาชีพใน จ.สุพรรณบุรี และแพร่แล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในการรองรับนักเรียนฝึกงานมากที่สุด และอยู่ระหว่างขยายไปยังโรงเรียนอาชีวศึกษาอื่นๆ ทั่วประเทศ ภายใต้งบประมาณ 140 ล้านบาท

ศิริพรรณ ย้ำว่า บุคลิกสำคัญของคนในวงการค้าปลีกที่จะต้องเป็น คือ การมีทักษะด้านคิดคำนวณและวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ได้ดี รวมถึงมีทัศนคติที่ดี อดทนในการทำงาน และทำงานได้หลากหลาย รองรับการขยายตัวและการเพิ่มบริการใหม่ๆ ขององค์กร ซึ่งการที่องค์กรจะดึงดูดคนที่มีศักยภาพเช่นนี้ได้ ต้องสร้างแรงจูงใจ ต้องทำให้พนักงานเห็นว่าองค์กรดูแลเขาได้ดี และท้ายที่สุด เมื่อองค์กรดูแลพนักงานดี พนักงานก็จะดูแลลูกค้าได้ดีเช่นกัน

จากความต้องการคนที่มีศักยภาพด้วยการยอมจ่ายผลตอบแทนที่สูงขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้นทุนในการบริหารจัดการย่อมขยับเพิ่มขึ้น ขณะที่เทสโก้ โลตัส พยายามที่จะเป็นค้าปลีกที่ขายสินค้าที่ถูกสุดๆ จึงเป็นสิ่งที่ท้าท้ายมากที่จะทำให้สิ่งที่สวนทางกันสมดุลกันได้ภายใต้ผลกำไรขององค์กรที่ยังดีอยู่

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล