
ทีวีดิจิตอลเหลือ400ล้าน
เดิมพันล.ระบุก.ย.เกณฑ์ชัดเอกชนร้องทำต้นทุนรวมสูง
เดิมพันล.ระบุก.ย.เกณฑ์ชัดเอกชนร้องทำต้นทุนรวมสูง
กสท.คาดประมูลทีวีดิจิตอล เริ่มช่องละ 400-500 ล้าน ย้ำ ก.ย.ได้หลักเกณฑ์ ยันไม่แพงเหมือนโทรคม ด้านผู้ประกอบการหวั่นต้นทุนสูงขึ้น
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยในการเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจในการประมูลช่องรายการและการใช้คลื่นความถี่ของวิทยุโทรทัศน์ว่า กสท.กำลังดำเนินการศึกษาเพื่อจัดทำกฎระเบียบและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ใบอนุญาตสำหรับกิจการโทรทัศน์ โดยเฉพาะโทรทัศน์ดิจิตอล เพื่อให้ได้ราคากลางสำหรับเริ่มต้นการประมูล คาดว่าจะได้ข้อสรุปของผลศึกษาประมาณเดือน ก.ย.–ต.ค.นี้
ในเบื้องต้นได้มีการประมาณการราคากลางไว้คร่าวๆ โดยอ้างอิงจากราคาสัมปทานของฟรีทีวีช่อง 3 และช่อง 7 สำหรับโทรทัศน์ดิจิตอลแบบสแตนดาร์ดจะเริ่มต้นที่ประมาณ 400-500 ล้านบาท ต่อใบอนุญาต 15 ปี (เดิม กสทช.ประเมินใบละ 1,000 ล้านบาท) สำหรับแบบไฮเดฟ หรือความคมชัดมาก ราคาใบอนุญาตจะสูงกว่าประมาณ 4 เท่า ซึ่งส่วนตัวไม่ต้องการให้ราคาประมูลสูงกว่านี้มากนัก แต่ต้องการให้เน้นแข่งกันที่คุณภาพของเนื้อหามากกว่า
“การกำหนดแบบนี้จะทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ เน้นไปที่แบบไฮเดฟ รายกลางเน้นที่แบบสแตนดาร์ด และรายเล็กสามารถเช่าช่องรายการหรือเช่าเวลาได้ จะเป็นการเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการทุกระดับ และฟรีทีวีเดิมทุกรายในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายก็มีรายได้และมีการเติบโตทางธุรกิจ” พ.อ.นที กล่าว
สำหรับการจัดทำหลักเกณฑ์และกฎระเบียบการประมูลนั้นกำลังเร่งดำเนินการ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา คาดว่าจะเสร็จและเผยแพร่ได้ประมาณเดือน ก.ย.–ต.ค.นี้ จากนั้นจะมีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อจัดทำเป็นร่างหลักเกณฑ์อีกครั้ง
ด้านตัวแทนสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มีความเห็นตรงกันว่า ต้องการให้ กสท.เร่งจัดทำหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนออกมาโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการลงทุนและการดำเนินการได้ จะมีค่าใช้จ่ายในการขอรับใบอนุญาต หรือการเข้าประมูลคลื่นความถี่ ประมูลช่องรายการอย่างไร และต้องการรู้สถานะของฟรีทีวีในปัจจุบันว่าท้ายที่สุดแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป เพื่อประกอบการตัดสินใจในอนาคต
ขณะที่ประเด็นที่เป็นข้อกังวลมากที่สุด คือ เรื่องต้นทุนและค่าใช้จ่าย เนื่องจากหากมีการประมูลคลื่นความถี่ใบอนุญาตเกิดขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินการโดยรวมสูงขึ้นหรือไม่







