
อีคอมเมิร์ซ แข่งเพิ่มจุดขาย รับ3จี บูมช่องทางไซเบอร์โต
การซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต หรืออีคอมเมิร์ซ ในเมืองไทย แนวโน้มคงเติบโตเช่นเดียวกับตลาดโลก
การซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต หรืออีคอมเมิร์ซ ในเมืองไทย แนวโน้มคงเติบโตเช่นเดียวกับตลาดโลก
มากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งมีแรงกระตุ้นระบบ 3จี ที่ชัดเจนมากขึ้นว่าจะเปิดประมูลใบอนุญาตได้ในเดือน ต.ค.นี้ ปัจจัยดังกล่าวยิ่งเร่งให้อีคอมเมิร์ซเนื้อหอม เป็นช่องทางที่สินค้าบริการจะโดดเข้าร่วมชิงผู้ซื้อกันมากขึ้น ด้วยการใช้จุดขายในรูปแบบต่างๆ
ณัชชารีย์ ศรีโรจนพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิมโบลส์ ออฟ สไตล์ (เอสโอเอส) ผู้ดำเนินธุรกิจเว็บไซต์แมกกาซีน ออนไลน์ www.symbolsofstyle.com กล่าวว่า แนวโน้มการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ ในตลาดทั่วโลกปี 2554 ที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1.24 ล้านล้านบาท (31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.2 หมื่นล้านบาท
จากมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซดังกล่าว นับเป็นอัตราการเติบโตสูงต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เข้าถึงสื่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น ผ่านอุปกรณ์สื่อสารดิจิตอลแบบเฉพาะบุคคลที่มีจำนวนมากในปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นช่องทางสำคัญในการทำตลาดของเจ้าของสินค้าและการพัฒนาช่องทางการซื้อขายสินค้าใหม่ๆ
ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดตัวเว็บไซต์แมกกาซีนดังกล่าว เพื่อให้ลูกค้าสามารถคลิกเข้ามาเปิดอ่านแมกกาซีนซิมโบลออฟสไตล์ดอตคอม และซื้อสินค้าได้ทันทีบนเว็บไซต์เดียวกันดังกล่าว ซึ่งแตกต่างไปจากรูปแบบการจับจ่ายซื้อสินค้าออนไลน์แบบดั้งเดิมที่มักแยกการจำหน่ายสินค้าออกจากเนื้อหา (คอนเทนต์) บนแมกกาซีนออนไลน์ ซึ่งบริการดังกล่าวของบริษัทจะมีความครบวงจรมากกว่า
สำหรับจุดเด่นของเว็บไซต์ดังกล่าว เป็นแพลตฟอร์มทางการตลาดใหม่ที่ยังไม่มีคู่แข่งนำมาใช้ โดยจะแบ่งรูปแบบการให้บริการออกตามประเภท คือ แฟชั่น ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ของแต่งบ้าน และช็อปปิ้ง ซึ่งทั้งหมดเป็นรูปแบบการใช้ชีวิต (ไลฟ์สไตล์) ของคนรุ่นใหม่และคนเมืองที่นิยมค้นหาข้อมูลด้านต่างๆ ผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น
รูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะบริหารงานทุกระบบแบบเรียลไทม์ ทั้งการดูแลสต๊อกสินค้า ระบบบริการลูกค้า ระบบชำระเงิน รวมทั้งระบบการขนส่งและกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) ซึ่งบริษัทดำเนินการร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ เจ้าของสินค้า หรือซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันมีสินค้ากว่า 100 แบรนด์ที่เข้าร่วมในเฟสแรก และเตรียมเพิ่มแบรนด์สินค้าอีกในอนาคต
ขณะเดียวกัน บริษัทจะยังใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ ไวรัล มาร์เก็ตติง ผ่านความเชื่อมั่นของแบรนด์ต่างๆ ซึ่งหลังเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้การตอบรับดี มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมกว่า 3,000 คนต่อวัน และในสิ้นปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นคนต่อวัน โดยบริษัทจะมีรายได้จาก 2 ช่องทางหลัก คือ 1.การซื้อขายสินค้า หรือช็อปปิ้ง ออนไลน์ และ 2.การโฆษณาบนสื่อเว็บไซต์ดังกล่าว
“บริษัทคาดในอนาคต หลังจากเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 3จี และ 4จี ให้บริการอย่างเป็นทางการ พร้อมกับมีผู้ให้บริการคอนเทนต์ครบวงจร จะยิ่งผลักดันให้ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยเติบโตมากขึ้น ซึ่งในปีนี้คาดอีคอมเมิร์ซเติบโต 2030%” ณัชชารีย์ กล่าว
ด้าน ประวิตร เปรื่องอักษร ประธานกรรมการ บริษัท ฟู้ดสไตลิสท์ ผู้บริหารนิตยสารฟู้ดสไตลิสท์ หนึ่งในพันธมิตรของแมกกาซีนออนไลน์เอสโอเอส กล่าวว่า การที่ผู้บริโภคคนไทยเข้าถึงโลกออนไลน์ผ่านสมาร์ตโฟนมากขึ้น ทำให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัว ต้องหันมาใช้สื่อออนไลน์เข้ามาเสริม
ในส่วนของสื่อสิ่งพิมพ์ ต้องปรับตัวด้วยการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อสื่อสารสองทางกับกลุ่มผู้อ่าน พร้อมกับการสร้างกิจกรรมที่ทำร่วมกัน แล้วเชื่อมโยงมายังนิตยสาร ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลมาก
นอกจากนี้ การสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ บนโลกออนไลน์ ก็ส่งผลบวกกลับมายังสื่อหลักอย่างนิตยสารฟู้ดสไตลิสท์ได้ โดยล่าสุดได้เปิดตัวเว็บไซต์ www.Chef-channel.com เพื่อนำเสนอเรียลิตีออนไลน์ เกาะติดเชฟคนไทยที่จะไปแข่งขันทำอาหารในเวทีโลกต่างๆ
สำหรับเรียลิตีดังกล่าวจะเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์เท่านั้น ซึ่งมองว่าปัจจุบันตลาดมีความพร้อมมากพอที่ผู้ผลิตจะกล้าผลิตคอนเทนต์ หรือเนื้อหา เพื่อออกอากาศเพียงช่องทางออนไลน์อย่างเดียวแล้ว และมีแนวโน้มว่าคอนเทนต์ช่องทางออนไลน์จะเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อระบบ 3จี เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว
“เวลานี้เป็นจังหวะที่สมดุลมาก ทั้งเทคโนโลยี ระบบอินเทอร์เน็ตที่พร้อม คอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่พร้อมรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ จะเป็นสิ่งที่ทำให้ตลาดออนไลน์มีการเติบโตที่น่าจับตามองยิ่งขึ้น” ประวิตร กล่าว
จากปัจจัยต่างๆ ที่ส่งเสริมกัน ล้วนสนับสนุนให้นับจากนี้ธุรกิจที่เคยอยู่เพียงโลกออฟไลน์ จะขยับเข้าสู่ตลาดที่กว้างมากขึ้น ตามเทคโนโลยีที่เข้าถึงสะดวก ง่าย รวดเร็ว เสถียรมากขึ้น







