posttoday
อสังหาเริ่มส่งสัญญาณฟองสบู่

อสังหาเริ่มส่งสัญญาณฟองสบู่

27 มิถุนายน 2555

แนวรถไฟฟ้ากับสุขุมวิทส่อล้น เสนอคุมแบงก์-ผู้ประกอบการ

แนวรถไฟฟ้ากับสุขุมวิทส่อล้น เสนอคุมแบงก์-ผู้ประกอบการ

“พีไอเอ็ม” จับสัญญาณวิกฤตฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ระเบิดรอบใหม่ แนะรัฐคุมเข้มสถาบันการเงิน-ผู้ประกอบการ

นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า เศรษฐกิจประเทศไทยยังมีเรื่องต้องระวัง โดยภาครัฐจะต้องคอยดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด จากสัญญาณการเกิดวิกฤตฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์รอบใหม่ สังเกตได้จากโครงการอาคารชุดใหม่ที่จะเปิดตัวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในบางย่าน เช่น สุขุมวิท ตามแนวรถไฟฟ้าที่มีมากกว่า 1 หมื่นยูนิต เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังพบว่าในตลาดมีการซื้อเพื่อเก็งกำไร หรือปล่อยเช่ามากกว่าใช้อยู่อาศัยจริง อีกทั้งความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างอาคารชุดนั้น เกิดจากภาวะน้ำท่วมที่ออกมากระตุ้นตลาด ไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริง ซึ่งเป็นการบิดเบือนตลาด รวมถึงการออกกฎหมายลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากธนาคารไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่มีผลบังคับใช้ในเดือน ส.ค.นี้ คาดผลักดันให้มีการหาแหล่งลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น จากการปล่อยเงินกู้กว้านซื้อที่ดิน เป็นต้น

ทั้งนี้ จากปัจจัยต่างๆ สะท้อนว่าโครงการอาคารชุดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับอำนาจการซื้อในปัจจุบัน เป็นสัญญาณฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มก่อตัวแล้ว เช่น ในทองหล่อถึงเอกมัยมีถึง 35 โครงการ เป็นการซื้อเพื่อปล่อยเช่าให้กับต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ หรือมีการย้ายจากจากคอนโดมิเนียมเก่าอายุเกิน 10 ปี มาอยู่คอนโดมิเนียมใหม่ ทำให้เกิดการแข่งเรื่องราคาค่าเช่าระหว่างของเก่าและของใหม่ ซึ่งผู้เช่าจะเป็นชาวต่างชาติ ที่จะเข้ามาก็ต่อเมื่อมีการลงทุนใหม่ๆ ในประเทศเพิ่มขึ้น

นายสมภพ กล่าวว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ถือว่ามีความสำคัญกับเศรษฐกิจ เพราะเกี่ยวข้องกับการจ้างงานและอุตสาหกรรมด้านอื่นๆ แต่หากเกิดฟองสบู่ในภาคนี้ จะส่งผลกระทบกับสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้ปล่อยกู้ทั้งในส่วนของการพัฒนาโครงการและผู้อยู่อาศัย เหมือนผลกระทบกับสถาบันการเงินในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ หรือต้มยำกุ้งปี 2540 ซึ่งการเก็งกำไรในภาคนี้มีส่วนทำให้เกิดวิกฤตขึ้นคู่กับการเกิดเสรีภาคการเงิน (บีไอบีเอฟ)

ขณะที่หากเกิดปัญหาดังกล่าว อาจแก้ไขลำบากและใช้เวลายาวนาน เห็นได้จากวิกฤตฟองสบู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นในเวียดนาม ซึ่งทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ของแพงในขณะนี้ ดังนั้นภาครัฐต้องให้ความสำคัญโดยดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด 3 ด้าน คือ 1.การปฏิสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเงินและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต่อการกว้านซื้อที่ดินในราคาแพงเกินจริงเพื่อนำไปพัฒนาโครงการหรือไม่ 2.มูลค่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ (ไพรส์ซิง) และ 3.มาตรการความปลอดภัย เป็นต้น

“ในช่วงที่ผ่านมาซัพพลายไม่ตรงกับความต้องการตลาดที่แท้จริง โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่เกิดใหม่ ในตรอก ซอก ซอย ที่ขยายตัวเป็นจำนวนมาก” นายสมภพ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี