posttoday
"ณรงค์ชัย"อัดรัฐทำของแพงแก้ผิดทาง

"ณรงค์ชัย"อัดรัฐทำของแพงแก้ผิดทาง

26 มิถุนายน 2555

อดีต รมว.พาณิชย์ ชี้คุมราคาสินค้ายอดแย่ รังแกผู้ค้าขายหาเช้ากินค่ำ 10 ล้านราย แนะแก้รายใหญ่ผูกขาดตลาด

อดีต รมว.พาณิชย์ ชี้คุมราคาสินค้ายอดแย่ รังแกผู้ค้าขายหาเช้ากินค่ำ 10 ล้านราย แนะแก้รายใหญ่ผูกขาดตลาด

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ราคาสินค้าปีนี้จะแพงขึ้น จากนโยบายขึ้นค่าแรง 300 และการเพิ่มเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท ซึ่งคนที่ได้รับผกระทบมากที่สุดคนที่ทำอาชีพอิสระ 10 ล้านคน ที่ค้าขายหาบเร่แผงลอย และไม่ได้รับประโยชน์จากการขึ้นค่าแรงหรือการเพิ่มเงินเดือน และยังจะถูกรัฐบาลควบคุมการขายสินค้าอาหารจานด่วนที่เป็นอาชีพส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการอาชีพอิสระ

"ณรงค์ชัย"อัดรัฐทำของแพงแก้ผิดทาง ณรงค์ชัย

ปัจจุบันแรงงานอายุ 15 ปี ขึ้นไปมีจำนวน 55 ล้านคน ทำงานจริงประมาณ 40 ล้านคน เป็นแรงงานในระบบ 15 ล้านคน ที่เหลือ 25 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบอาชีพอิสระ ในจำนวนนี้ 15 ล้านคน อยู่ในภาคการเกษตร 15 ล้านคน และค้าขาย 10 ล้านคน ซึ่งในกลุ่มนี้ไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายอะไรของรัฐบาลเลย ทั้งขึ้นค่าแรงเงืนเดือน ระบบสวัสดิการต่างๆ ประกันสังคมก็ไม่ได้รับ

"นโยบายการคุมราคาของกระทรวงพาณิชย์ เป็นที่สุดของนโยบายยอดแย่ เพราะนอกจากไม่แก้ปัญหายังเป็นการสร้างปัญหาเพิ่ม ทั้งเรื่องการลดปริมาณและคุณภาพ จนทำให้สินค้าขาดแคลน" นายณรงค์ชัย อดัต รมว. พาณิชย์ กล่าว

นายณรงค์ชัย กล่าวว่า ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ ไม่ว่า จะขายข้าวแกง หรือค้าขายเล็กๆน้อยๆ ต้องปรับราคาสินค้าเพิ่ม เพราะต้องคิดต้นทุนในส่วนของค่าแรงตัวเองที่ต้องการได้เพิ่มขึ้นตามนโยบายการขึ้นค่าแรงของรัฐบาล และยังมีต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาสินค้าต้องแพงขึเน ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ไม่ควรไปควบคุมราคาสินค้าจากผู้ประกอบการอาชีพอิสระอีกต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ควรแก้ปัญหาราคาสินค้าแพง โดยการลดการผูกขาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ และการผูกขาดของมาเฟียตามตลาดสดขายส่งที่มีอยู่จำนวนมาก ที่เป็นต้นเหตุสำคัญทำให้ราคาสินค้าแพง แต่ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ดำเนินการในเรื่องนี้น้อยมาก เพราะไม่ต้องการไปกระทบผลประโยชน์ของนายทุน

นายณรงค์ชัย ในฐานะกรรมการ กนง. กล่าวว่า ราคาสินค้าที่แพงขึ้น จะทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ระดับ 3%  กว่าๆ เป็นระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยในีนี้ไม่ควรต่ำกว่า 5.5% เพราะเศรษฐกิจปีที่ผ่านมาได้รับกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ หากมีแนวโน้มเศรษฐกิจโตน้อยกว่าระดับดังกล่าว ทาง กนง. พร้อมจะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ขณะนี้อยู่ระดับ 3% ลดลง เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ การขยายตัวเศรษฐกิจ ยังมีปัญหาจากการลงทุนของภาครัฐที่ดำเนินการได้ล่าช้า นอกจากนี้การขยายตัวการส่งออกยังทำไม่เต็มที่ เพราะภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากมีการต่อรองเรื่องค่าจ้างกับนายจ้างไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้ภาพรวมของการผลิตมีปัญหาผลิตสินค้าไม่ทันความต้องการของผู้บริโภคที่ยังมีอยู่

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า