posttoday
เชียงรายโมเดล ต้นแบบแผนท่องเที่ยวรับเปิดเออีซี

เชียงรายโมเดล ต้นแบบแผนท่องเที่ยวรับเปิดเออีซี

26 มิถุนายน 2555

เป็นเรื่องที่น่าตกใจ เมื่อสำนักเลขาธิการอาเซียนเปิดเผยผลการสำรวจ การเตรียมความพร้อมของแต่ละประเทศ

เป็นเรื่องที่น่าตกใจ เมื่อสำนักเลขาธิการอาเซียนเปิดเผยผลการสำรวจ การเตรียมความพร้อมของแต่ละประเทศ

ที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างสมบูรณ์แบบในปี 2558 พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความรู้เกี่ยวกับเออีซีน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับ 9 ประเทศสมาชิก ขณะที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประเทศที่มีความสนใจเรียนรู้เรื่องเออีซีเป็นอันดับหนึ่ง

ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวเป็นเรื่องที่หน่วยงานทุกภาคส่วนต้องเร่งวางแผน เตรียมความพร้อม เสริมศักยภาพให้คนไทยในแต่ละกลุ่ม เพราะเหลือเวลาอีก 926 วัน ประเทศสมาชิกเออีซีทั้ง 10 ประเทศ จะก้าวเข้าสู่สังคมเออีซีอย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านกฎบัตรอาเซียน หรือชุมชนอาเซียน ใน 3 เรื่อง ได้แก่ ประชาคมความมั่นคงอาเซียน(เอเอสซี) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี) แบบทิศทางเดียวกันทั้งหมด

เชียงรายโมเดล ต้นแบบแผนท่องเที่ยวรับเปิดเออีซี

 

ขณะนี้ล่าสุดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะรับผิดชอบด้านการตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทย จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมท่องเที่ยวไทย ก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้ง 5 ภูมิภาค ระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ย.ที่จะถึงนี้ เริ่มจาก จ.เชียงราย สงขลา นครพนม ตราด และกาญจนบุรี ตามลำดับ เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยวมีความรู้ความเข้าใจ พร้อมปรับตัวรับการเปิดเออีซี

โดย สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า การจัดงานประชุมที่ จ.เชียงราย เนื่องจากมีศักยภาพการเดินทางในหลายเส้นทาง ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ เป็นประตูเชื่อมสู่อาเซียน โดยภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยได้เปรียบมากกว่าประเทศสมาชิกอื่น เนื่องจากมีจุดแข็งหลายด้านทั้งความสมบูรณ์ของธรรมชาติและด้านทรัพยากรทางธรรมชาติ การมีสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย การมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และความคุ้มค่าเงินที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้เมื่อเลือกพักผ่อนในประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยได้รับความนิยมในการเดินทางมาจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

“ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องเร่งปรับโครงสร้างการตลาดให้สอดคล้องกับตลาดอาเซียน พฤติกรรมความชื่นชอบในแต่ละประเทศ พร้อมเร่งฝึกทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างหรือภาษาท้องถิ่นขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว และการสร้างมาตรฐานที่ดีให้กับสถานที่ท่องเที่ยวและการบริการ” สุรพล กล่าว

ขณะที่ประเทศไทยมีจุดอ่อนเรื่องการขยายตัวของแหล่งท่องเที่ยวบางพื้นที่ ไม่สามารถจัดระเบียบเรื่องสิ่งแวดล้อม การฝึกทักษะการสื่อสาร และมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยเรื่องเหล่านี้รัฐบาลต้องเร่งรวบรวม พร้อมวางแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ด้าน สรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า ประชากรในอาเซียนมีจำนวน 580-600 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 10 ของโลก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศประมาณ 3 หมื่นล้านบาท นับเป็นแหล่งเงินทุนที่มีศักยภาพอย่างมหาศาล

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหลังการเปิดเออีซี เชื่อว่าจะมีธุรกิจแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่หลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งแต่กระแสการเปลี่ยนแปลงจะไม่รุนแรงเท่ากับการการรวมตัวกันของ 27 ประเทศ ของกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีความรุนแรงอย่างหนัก เหมือนปลาใหญ่กินปลาเล็ก ขณะที่เออีซีจะค่อยๆคืบคลานเข้ามา ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับตัวรับการสถานการณ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ สัดส่วนการตลาดของคนไทยจะถูกแย่งชิง โดยภาครัฐบาลต้องเตรียม 3 แนวทาง เพื่อแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ 1.รัฐสนับสนุนงบประมาณให้ภาคเอกชนสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หรือการออกไปลงทุนในประเทศกลุ่มเออีซีได้ 2.รัฐบาลควรหาตลาด รวมถึงชี้เป้าหมายและทิศทางการดำเนินงาน แนวทางส่งเสริมให้ภาคเอกชนใช้เป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรัฐต้องทำหน้าที่ให้ข้อมูลและรายละเอียดที่ถูกต้องชัดเจนในเรื่องเออีซี

3.การเคลื่อนย้ายของแรงงาน ทั้งคนไทยและต่างชาติ ในส่วนของภาคจังหวัด ในแต่ละพื้นที่ ควรศึกษาแผนการ การวางยุทธศาสตร์การทำงานระดับจังหวัดรองรับเออีซีอย่าง จ.เชียงราย ควรทำเชียงราย ทัวริซึม ฟอร์ เออีซี เพื่อใช้เป็นต้นแบบการทำงานด้านการท่องเที่ยว

“ทุกจังหวัดควรวางแผนรองรับการเปิดเออีซีด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้รู้ว่าจังหวัดของตัวเองมีของดีของเด่นอะไรบ้าง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการราว 6 เดือน ก่อนมาจัดกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ในแต่ละภูมิภาค เพื่อเลือกสินค้าทางการท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงกัน มานำเสนอพร้อมกัน” สรรเสริญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การทำแผนยุทธศาสตร์อย่างเชียงรายโมเดล จะทำให้จังหวัดรู้ถึงสินค้าทางการท่องเที่ยว ว่าสินค้าประเภทไหนที่ต้องการส่งเสริม เช่น จิ๋วแต่แจ๋ว เป็นต้น ขณะที่ ททท.ได้วางแผนยุทธศาสตร์การตลาดของ ททท.เพื่อเข้าสู่เออีซีด้วย

ธานินทร์ สุภาแสน ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า จ.เชียงราย มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูง โดยจังหวัดมีแผนเพิ่มประงบ การพัฒนาท่องเที่ยวกว่าเท่าตัว จากเดิมใช้ 10% เป็นกว่า 20% ของงบประมาณทั้งหมด ซึ่งมองว่าในอนาคตเมื่อเปิดเออีซี จ.เชียงราย จะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการท่องเที่ยวภาคเหนือ แทน จ.เชียงใหม่ พร้อมเป็นประตูออกสู่อาเซียน

ทั้งนี้ จะมีนักท่องเที่ยวจากยูนนาน คุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเข้ามาจำนวนมาก โดยตั้งเป้าปี 2558 จ.เชียงราย จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากว่า 4 ล้านคน รายได้ทางการท่องเที่ยว 1 แสนล้านบาท เฉลี่ยวันพัก 5 วัน จากปัจจุบัน 2 ล้านคน รายได้ 5 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยวันพัก 3 วัน

การประชุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการแต่งตัวรับเออีซี โดย ททท.และเอกชนได้หวังว่า ความหวังที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ รัฐบาลจำเป็นต้องให้การส่งเสริมอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป้าหมายรายได้ 2 ล้านล้านบาท จะไม่เป็นเพียงเป้าหมายแบบลมๆ แล้งๆ เท่านั้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท