
บตท.ดันทำโมเดลข้อมูลสินเชื่อบ้าน
สร้างดอกเบี้ยอ้างอิงมาตรฐาน หวังตราสารหนี้สินเชื่อบ้านเกิด
สร้างดอกเบี้ยอ้างอิงมาตรฐาน หวังตราสารหนี้สินเชื่อบ้านเกิด
บตท.จับมือเครดิตบูโรเอดีบีธนาคารโลก ปัดฝุ่นข้อมูลสินเชื่อบ้านใหม่ทั้งระบบ จัดทำโมเดลอ้างอิงกำหนดผลตอบแทนตราสารหนี้ที่ใช้สินเชื่อบ้านค้ำประกันหนี้
นางพรนิภา หาชัยภูมิ กรรมการผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) รวมทั้งจะขอความร่วมมือกับกระทรวงการคลัง เพื่อประสานงานขอความร่วมกับธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และธนาคารโลก ที่มีความชำนาญมาช่วยเหลือการวางระบบสร้างโมเดล ข้อมูลสถิติเกี่ยวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยของไทยให้เป็นมาตรฐาน
ทั้งนี้ ทาง บตท.ต้องการให้มีระบบมาตรฐานจัดทำเป็นดัชนีอ้างอิงการกำหนดอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยค้ำประกัน หรือ Mortgage Backed. Securitization (MBS)
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดที่จะจัดทำระบบข้อมูลสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ เช่น ข้อมูลการชำระหนี้คืนก่อนกำหนด พฤติกรรมการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้ว่าอยู่ในช่วงปีที่เท่าไร
การรีไฟแนนซ์หรือการปรับโครงสร้างหนี้ปีที่เท่าไร หรือว่าจะต้องวางเงินดาวน์ (LTV) ที่อัตราเท่าไร จึงจะมีผลต่อความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ ฯลฯ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลอ้างอิงการกำหนดอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยค้ำประกัน (เอ็มบีเอส)
นางพรนิภา กล่าวว่า ตัวอย่างในสหรัฐมีการทำข้อมูลสถิติสินเชื่อ ทั้งหมด ทำให้ตลาดซื้อขายตลาดรองของตราสารหนี้เอ็มบีเอสได้ ในขณะที่ไทยหากมีการออกตราสารหนี้แต่ละครั้งจะต้องมาเก็บข้อมูลเป็นครั้งๆ ทำให้เสียเวลามาก
หากมีสถิติต่างๆ ทำให้สามารถที่จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยของเอ็มบีเอสได้ง่าย ซึ่งข้อมูลสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์ที่สุดจะอยู่ที่เครดิตบูโร ส่วนธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะมีข้อมูลเพียง 40% ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมด
นางพรนิภา กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้หารือกับเครดิตบูโรที่จะจัดเก็บข้อมูลสร้างข้อมูลสถิติสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อนำมากำหนดหรืออ้างอิงการดอกเบี้ยผลตอบแทนของเอ็มบีเอส
“เราจะต้องทราบว่าลูกค้าจะจ่ายคืนก่อนกำหนดกี่เปอร์เซ็นต์ หรือจะมีโอกาสผิดนัดชำระกี่เปอร์เซ็นเพราะสามารถที่จะคาดการณ์ได้การกำหนดอัตราผลตอบแทนของการลงทุนเอ็มบีเอส และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาตลาดรองตราสารหนี้” นางพรนิภา กล่าว
นางพรนิภา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้หารือกับสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อร่วมกันผลักดันตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองให้มีอัตราการเติบโตมากขึ้นจากปัจจุบัน เนื่องจากเห็นว่าบ้านมือสองมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับแนวทางการการปลุกตลาดบ้านมือสองจะร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ผลักดันให้ภาครัฐเห็นความสำคัญของธุรกิจบ้านมือสอง โดยอาจจะขอให้รัฐใช้มาตรการทางภาษีสนับสนุนบ้าง เช่น ให้ลดค่าธรรมเนียมการโอน หรือจดจำนองบ้านมือสอง
ขณะเดียวกัน บตท. จะเข้าไปช่วยศึกษาระบบการซื้อง่ายขายคล่องและกู้เงินได้ง่ายขึ้น และหากตลาดบ้านมือสองแอ็กทีฟจะทำให้มีราคาอ้างอิง ราคาประเมินของบ้านเริ่มมีราคาซื้อขายและทำให้มีบริษัทกล้าที่จะที่ปล่อยสินเชื่อบ้านมือสองมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ บตท.กล้าเข้าไปรับซื้อพอร์ตสินเชื่อเคหะจากสถาบันการเงินนำมาแปลงเป็นตราสารหนี้เพื่อระดมเงินในตลาดทุน และเป็นส่วนหนึ่งการพัฒนาตลาดทุน







