
‘น้ำมัน-ทอง’ดิ่งเหวฮวบ
การผลิตทั่วโลกหดฉุดสินค้าโภคภัณฑ์ลงแรงสุดของปี2555
การผลิตทั่วโลกหดฉุดสินค้าโภคภัณฑ์ลงแรงสุดของปี2555
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลงต่ำสุดของปีนี้ เหตุกิจกรรมภาคการผลิตในสหรัฐ จีน ยุโรป ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง
บลูมเบิร์กและรอยเตอร์สรายงานว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกได้พร้อมใจกันดิ่งเหวลงแรงที่สุดของปี 2555 โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 18 เดือน ขณะที่ราคาทองคำก็ปรับตัวลดลงถึง 50.30 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐ หลังตลาดได้รับสัญญาณลบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่พร้อมใจกันลดต่ำลงอย่างหนักในหลายประเทศใหญ่ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐ จีน และยุโรป
ปฏิกิริยาด้านลบอย่างรุนแรงมีขึ้นหลังสหรัฐเปิดเผยรายงานกิจกรรมภาคการผลิตในเดือน มิ.ย. ซึ่งชะลอตัวลงแรงที่สุดในรอบ 11 เดือน ขณะที่ยอดการส่งออกใหม่เดือน มิ.ย. ก็ยังเป็นเดือนที่มียอดปรับตัวลดลงแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2552 นอกจากนี้ การขยายตัวของตลาดแรงงานสหรัฐในเดือน พ.ค. ก็ขยายตัวได้ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และส่งผลให้อัตราการว่างงานกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี
ทางด้านบริษัทข้อมูลการเงิน มาร์กิต ได้เปิดเผยว่า กิจกรรมทางธุรกิจในกลุ่ม 17 ประเทศยูโรโซน เดือน มิ.ย. ได้หดตัวลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และยังเป็นการหดตัวแรงที่สุดในรอบ 3 ปีอีกด้วย เช่นเดียวกับดัชนีภาคโรงงานในเยอรมนี ที่หดตัวแรงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2552
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ธนาคารเอชเอสบีซีได้เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของจีนเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นการขยายตัวได้ต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2552 และสะท้อนว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนหลายระลอกก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ผล
สถานการณ์ที่ย่ำแย่ในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงทั่วโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือ ลดลงต่ำสุดในรอบ 18 เดือน โดยดิ่งลงถึง 3.42 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 89.27 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ระหว่างการซื้อขายเมื่อคืนวันที่ 21 มิ.ย. ซึ่งเป็นการลงต่ำกว่าระดับ 90 เหรียญสหรัฐ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2553 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบไลต์สวีต ลดลง 3.25 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 78.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีที่แล้ว
ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ ก็ปรับตัวดิ่งลงแรงถึง 50.3 เหรียญสหรัฐ หรือลดลงกว่า 3% มาอยู่ที่ 1,565.5 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งภายในปี 2555 นี้ ราคาทองคำได้ดิ่งลงรวมแล้ว 2.5% และกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง มากกว่าจะเป็นแหล่งพักการลงทุนที่ปลอดภัยเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา







