
เตือนลดงบขาดดุลรับวิกฤต
ทีดีอาร์ไอระบุประชานิยมรัฐบาลปูแดงไร้ประสิทธิภาพควรตุนกระสุนรับมือ
ทีดีอาร์ไอระบุประชานิยมรัฐบาลปูแดงไร้ประสิทธิภาพควรตุนกระสุนรับมือ
“ทีดีอาร์ไอโฆสิต” เตือนรัฐลดขาดดุลรับมือวิกฤตยูโรโซน จวกประชานิยมไร้ประสิทธิภาพกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การขาดดุลงบประมาณของไทยในปีนี้ที่ระดับลบ 3% และในปีหน้าลบ 5% จากการดำเนินนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่มีงบผูกพันระยะยาว ถือว่าเป็นระดับที่เร็วและรุนแรงเกินไป หากภาครัฐยังดำเนินนโยบายขาดดุลในรูปแบบนี้ก็จะส่งผลให้ไทยมีกระสุนสำรองเอาไว้กระตุ้นเศรษฐกิจในยามจำเป็น หากวิกฤตยูโรโซนลุกลามได้น้อยลง รัฐบาลจึงควรลดการขาดดุลงบประมาณลง พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพของนโยบายต่างๆ ให้ดีขึ้น
นายสมชัย วิเคราะห์ว่า หากเทียบผลของนโยบายประชานิยมปัจจุบันกับยุคของพรรคไทยรักไทย จะพบว่าเม็ดเงินของนโยบายปัจจุบันมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยมาก เนื่องจากไม่ได้เพิ่มรายได้ในกลุ่มรากหญ้าโดยตรงเช่นในอดีต เช่น งบประมาณของนโยบายจำนำข้าวให้ประโยชน์กับชาวนาเพียง 17% ส่วนอีก 83% ไปอยู่กับคนกลุ่มอื่น ขณะที่นโยบายพักหนี้ดี บ้านหลังแรก รถคันแรก คนที่เข้าถึงสินเชื่อเหล่านี้ได้ต้องเป็นคนที่มีรายได้ปานกลาง มีเพียงนโยบายเพิ่มค่าจ้างที่จะทำให้กำลังซื้อในประเทศเพิ่มขึ้น 1% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า จากปัจจัยข้างต้นรัฐบาลจึงมีโจทย์สำคัญที่ต้องทำเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว คือ การลดการพึ่งพิงภาคอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 34.9% ของจีดีพี ที่ถือว่าสูงที่สุดในเอเชีย ทำให้เศรษฐกิจไทยผูกติดกับการส่งออกมากเกินไป ซึ่งทำให้ไทยติดกับดักการเป็นประเทศรายได้ปานกลางที่ไม่สามารถพัฒนาให้มีรายได้สูงขึ้น
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้ยังมีภูมิคุ้มกันเพียงพอสำหรับรับมือวิกฤตการเงินยุโรป เนื่องจากทุนสำรองอยู่ในระดับสูงและยังมีช่องว่างในการขาดดุลงบประมาณ อย่างไรก็ตาม การใช้ภูมิคุ้มกันจะต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและมีประสิทธิภาพ หากใช้แบบไม่มีคุณภาพก็เปล่าประโยชน์ โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะยังขยายตัวได้ 5-6%
นายโฆสิต กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีลูกค้ารายใดถูกคู่ค้ายุโรปผิดนัดชำระหนี้จนต้องขอความช่วยเหลือ โดยส่วนใหญ่ได้ลดสัดส่วนการส่งออกไปยุโรปและมองหาตลาดใหม่ทดแทน







