
แนะรัฐปัดฝุ่นโครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น
วิลเฮลมิน่า วัน สัญชาติมะกัน แนะรัฐบาลเปิดช่องขอใบอนุญาตทำงานกลุ่มเอนเตอร์เทนเม้นท์ พร้อมปัดฝุ่นโครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น หนุนไทยเป็นฮับเอเชีย
วิลเฮลมิน่า วัน สัญชาติมะกัน แนะรัฐบาลเปิดช่องขอใบอนุญาตทำงานกลุ่มเอนเตอร์เทนเม้นท์ พร้อมปัดฝุ่นโครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น หนุนไทยเป็นฮับเอเชีย
น.ส.ศิวพร โหตรภวานนท์ ผู้อำนวยการ บริษัท วิลเฮลมิน่า วัน (ประเทศไทย) เอเจนซี่ด้านแฟชั่น เปิดเผยว่า บริษัทต้องการให้รัฐบาลไทย พิจารณาวางระบบการขอใบอนุญาตทำงานสำหรับคนต่างชาติ ในกลุ่มเอนเตอร์เทนเม้นท์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับดารา นางแบบ นายแบบต่างชาติ ที่จะเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย รวมถึงช่วยให้เม็ดเงินรายได้ของนักแสดงหมุนเวียนในประเทศไทย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้ให้การสนับสนุนต่อกลุ่มผู้ทำงานดังกล่าว ทำให้การขอวีซ่าเข้าประเทศไทย มาในลักษณะนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียการจัดเก็บรายได้ในส่วนดังกล่าว รวมถึงโอกาสทางการแข่งขัน ที่หลายประเทศมีวีซ่า เอนเตอร์เทนเม้นต์ นำเข้าโมเดลริ่งต่างชาติอย่างเป็นระบบ
“ประเทศไทยควรวางระบบเรื่องการขอใบอนุญาตทำงานในแต่ละสาขา โดยให้รู้ว่ามีชาวต่างชาติเดินทางมาทำงานในประเทศไทยสาขาใดบ้าง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเปิดเออีซี ปี 2558 ซึ่งมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพการเติบโตที่ดี แต่ยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง” น.ส.ศิวพร กล่าว
สำหรับบริษัทวิลเฮลมิน่า วัน ในประเทศไทย เป็นสาขาที่ 11 ของโลก โดยบริษัทวิลเฮลมิน่า วัน มีบริษัทแม่ที่ นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้นำแฟชั่น การจัดหานางแบบ นายแบบที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก การเลือกมาเปิดสาขาที่ประเทศไทยในครั้งนี้ เนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมทุกด้านเรื่องแฟชั่น ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ซึ่งต้องการให้รัฐบาลฟื้นโครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่นอีกครั้ง หากดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลาง(ฮับ) ด้านแฟชั่น ในภูมิเอเชียได้
น.ส.ศิวพร กล่าวว่า ด้านแผนกลยุทธ์การตลาด บริษัทจะเน้นใน 3 เรื่อง ได้แก่สินค้าที่หลากหลาย โดยตั้งเป้าการเป็นวันสต็อบเซอร์วิสให้กับลูกค้า ที่ต้องการหานายแบบ นางแบบ เพื่อนำเสนอชิ้นงานวงการแฟชั่น 2 การบริการที่ครบวงจร ทั้งระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงขั้นตอนการทำเสนอในทุกกลุ่ม เช่น แฟชั่น การจัดคอนเสิร์ต ฯลฯ และ 3 ต้นทุน เน้นราคาถูกกว่าบริษัทแม่ และคู่แข่ง เฉลี่ย 50% เนื่องจากบริษัทสามารถเชื่อมการทำงานระหว่างสาขาอื่นๆได้
ทั้งนี้ ในปีแรก บริษัทตั้งเป้ารายได้ในประเทศไทย 60 ล้านบาท ส่วนแผนตลาดต่างประเทศ เตรียมรุกประเทศ จีน อินเดีย เป็นหลัก เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีกำลังซื้อสูงและมีประชากรจำนวนมาก ประกอบกับเป็นประเทศที่มีความนิยมสนใจด้านแฟชั่น เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง







