
เทมเพิลตันสนโฮลดิงแม่โขง
เศรษฐกิจโตไม่พึ่งข้างนอกคาดโฮลดิงใหม่ใช้ไตรมาส3
เศรษฐกิจโตไม่พึ่งข้างนอกคาดโฮลดิงใหม่ใช้ไตรมาส3
ผู้จัดการกองทุนเทมเพิลตันยันตลาดหุ้นไทยจะน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อเปิดให้โฮลดิงไทยที่ลงทุนนอกประเทศเข้าจดทะเบียน
ผู้จัดการกองทุนเทมเพิลตัน กองทุนตลาดเกิดใหม่ชื่อดังของ “มาร์ค โมเบียส” นักลงทุนหุ้นคุณค่าของสหรัฐ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยจะมีเสน่ห์มากขึ้นเมื่อมีบริษัทโฮลดิง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดให้บริษัทโฮลดิงสัญชาติไทยที่ลงทุนโครงการในต่างประเทศเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นมากขึ้น
กองทุนเทมเพิลตันมีความสนใจอย่างมาก หากโฮลดิงนั้นลงทุนในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ทั้ง พม่า ลาว และกัมพูชา เนื่องมาจากเป็นประเทศที่กำลังพัฒนามีอัตราการเติบโตที่มาจากการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคที่ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศมากกว่าพึ่งพิงการส่งออกที่มีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกย่ำแย่
ในมุมมองของเทมเพิลตันเชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจในระยะยาว เพราะในอนาคตจะมีการซื้อขายเชื่อมโยงระหว่างตลาดหุ้นในอาเซียน (อาเซียนลิงเกจ) ซึ่งจะเริ่มมีผลในเดือน ส.ค.นี้ ที่จะทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแค็ป) ของตลาดหุ้นไทยใหญ่ขึ้นจากปัจจุบันมีมูลค่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ก็จะเพิ่มเป็น 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐของทั้งอาเซียน ทั้งนี้มาร์เก็ตแค็ปตลาดอาเซียนใหญ่กว่าตลาดหุ้นอินเดียและเล็กกว่าจีนเล็กน้อย
เทมเพิลตันลงทุนในหุ้นไทยมานานถึง 20 ปี คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 10% ของตลาดเกิดใหม่ที่มีอยู่ 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีนโยบายเน้นลงทุนหุ้นรายตัวระยะยาว พิจารณาจากผลประกอบการย้อนหลังและล่วงหน้า 5 ปี โดยซื้อหุ้นไทยอย่างมากช่วงวิกฤตเลห์แมนปี 2551
“หุ้นไทย 23 ปีที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียเพราะเศรษฐกิจเติบโตดีและงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนแข็งแกร่ง มีอัตราการเติบโตกำไรสูง”
สำหรับเทมเพิลตันมีสำนักงานตัวแทนบริษัทจัดการกองทุนในประเทศไทยที่ตั้งมา 2 ปีแล้ว
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. กองทุนแฟรงกลิน เทมเพิลตัน อินเวสเมนต์ เข้าซื้อหุ้นบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) เพิ่ม 0.16% ของทุนจดทะเบียนทำให้ถือหุ้นถึง 5.02%
นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร กล่าวว่า คาดว่ากฎเกณฑ์บริษัทโฮลดิงจะเริ่มมีผลบังคับใช้ประมาณไตรมาส 3 ภายหลังที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติ
ล่าสุด ก.ล.ต.เห็นชอบให้แก้ไขหลักเกณฑ์การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนของบริษัทมหาชนจำกัดที่ประกอบธุรกิจหลัก โดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (โฮลดิง คอมพานี) โดยแก้ไขให้โฮลดิงฯ ต้องถือหุ้นในบริษัทย่อยที่เป็นธุรกิจหลัก (ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศหรือต่างประเทศ) ในสัดส่วนมากกว่า 50% ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทย่อยนั้น จากเกณฑ์เดิมถือหุ้นไม่น้อยกว่า 75%







