posttoday
ทริสห่วงกำไรบจ.ต่ำเป้าปีนี้

ทริสห่วงกำไรบจ.ต่ำเป้าปีนี้

22 มิถุนายน 2555

3ปัจจัยลบทำธุรกิจเหนื่อยครึ่งหลังผิดหวังเฟดทุบราคาหุ้นน้ำมันทอง

3ปัจจัยลบทำธุรกิจเหนื่อยครึ่งหลังผิดหวังเฟดทุบราคาหุ้นน้ำมันทอง

ทริสฯ หวั่นปัจจัยลบ 3 เด้ง วิกฤตหนี้ยุโรป เศรษฐกิจสหรัฐลดเป้าโต การเมือง ทุบผลงาน บจ.ต่ำเป้า แพรนด้าฯ เหนื่อย สั่งซื้อต่อออร์เดอร์น้อยลง หุ้น ทอง น้ำมันร่วง

นายสันติ กิระนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส เรทติ้ง เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้ยุโรปที่เกิดขึ้นรวมถึงสหรัฐ ลดคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ลง 0.5% เหลือ 1.92.4% และปัญหาการเมืองในประเทศ ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังธุรกิจมีข้อจำกัดในการเติบโตและอาจไม่ง่ายนักที่จะโตได้ตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้ยุโรปไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียน(บจ.) อย่างมีนัยสำคัญถึงขั้นจะมีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือเพราะไทยส่งออกไปยุโรปเพียง 10% และก็ไม่ใช่เป็นสินค้าหลักๆ ของเศรษฐกิจ ขณะที่ส่งออกในเอเชียมีสัดส่วน 26% และจีน 13%

ขณะนี้เชื่อว่าตลาดยังติดตามทางออกของยุโรปว่าจะจบลงอย่างไรและถ้าไม่รุนแรงก็ไม่น่าจะส่งผลมากนัก เว้นแต่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม อาจได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่ลดลง ธุรกิจกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบบ้าง ถ้าหากนักลงทุนชะลอการเข้ามาลงทุนโดยตรง

นางสุนันทา เตียสุวรรณ์ กรรมการบริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ (PRANDA) กล่าวว่า ปัญหาหนี้ยุโรปและการที่สหรัฐมีการปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจลงนั้น ยอมรับว่าจะส่งผลกระทบกับการทำธุรกิจบ้าง เห็นได้จากยอดคำสั่งซื้อสินค้าที่แม้จะยังคงมีเข้ามาต่อเนื่อง แต่ปริมาณในการสั่งต่อออร์เดอร์ก็จะลดลงมาบ้าง

บริษัทได้รับผลกระทบไม่มากนักหลังมีการกระจายตลาดในการส่งออก ซึ่งขณะนี้ตลาดอยู่ที่สหรัฐและยุโรป 35% ส่วนที่เหลือ คือ เอเชียและตะวันออกกลาง

สำหรับการเติบโตปีนี้ไม่ได้คาดหวังไว้มาก คาดรายได้จะโตจากปีที่ผ่านมา 5% เพราะฐานรายได้มีขนาดใหญ่หลังจากนี้จะเน้นเรื่องการบริหารต้นทุนเพื่อให้มีอัตรากำไรที่ดีขึ้น

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ได้ปรับลดประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ บจ.ปีนี้ลงประมาณ 3% จาก 91.07 บาท เหลือ 88.36 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้ต้องลดเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีลงเหลือ 1,193 จุด จากเดิมอยู่ที่ 1,243 จุด แต่ยังคงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ที่ระดับ 4-4.5% ซึ่งถือเป็นคาดการณ์ที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว

“การปรับลดกำไรต่อหุ้นของตลาดครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงมาพอสมควร โดยบริษัทได้ลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบจาก 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เหลือ 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ค่าการกลั่นลดลงจาก 5 เหรียญสหรัฐ เหลือ 4.5 เหรียญสหรัฐ และราคาถ่านหินลดลงจาก 100 เหรียญสหรัฐต่อตัน เหลือ 90 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะมีผลกดดันกำไรของกลุ่มพลังงานที่มีน้ำหนักต่อดัชนีค่อนข้างมาก” นายเทิดศักดิ์ กล่าว

น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง กล่าวว่า ไตรมาส 3 นี้อาจปรับลดคาดการณ์กำไรกลุ่มพลังงานลง หากราคาน้ำมันดิบดูไบยังทรงตัวอยู่ที่ 90 เหรียญสหรัฐ และปรับลดลงดัชนีสิ้นปีเหลือ 1,300 จุด จากเดิมอยู่ที่ 1,328 จุด ส่วนประมาณการเศรษฐกิจไทยยังอยู่ที่ 5.2%

ดัชนีหุ้นไทยรูดลง 14.19 จุด หรือ 1.21% ปิดที่ระดับ 1,159 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้น 742 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้ลดลงอย่างชัดเจนเหลือเพียง 952 ล้านบาทหลังเฟดไม่ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือ QE3

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน