
เบนซ์ผวาท่วมกว่าวิกฤตยุโรป
ชี้ปีนี้6,000คันถ้าเหตุปกติปูดก่อนสิ้นปีเปิดอีก2รุ่นใหม่
ชี้ปีนี้6,000คันถ้าเหตุปกติปูดก่อนสิ้นปีเปิดอีก2รุ่นใหม่
เบนซ์ ยังหวั่นน้ำท่วมกระทบอุตฯ ยานยนต์ มากกว่าวิกฤตยุโรปและการเมืองป่วน แย้มปีนี้เปิดอีก 2 รุ่นขยายกลุ่มลูกค้า
นายอเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คาดว่าในปี 2555 ยอดจำหน่ายรวมของบริษัทจะอยู่ที่ 6,000 คัน หากไม่มีสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในไทย โดยปี 2554 ที่ผ่านมามียอดจำหน่ายอยู่ที่ 4.800 คัน สำหรับยอดจำหน่าย 5 เดือนที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 2,316 คัน หรือเติบโตขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน
“ปัจจัยการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในประเทศไทย ยังเป็นสิ่งที่ทุกคนกังวลอยู่มากกว่าปัญหาเศรษฐกิจยุโรป หรือปัจจัยปัญหาการเมืองภายในประเทศเสียอีก โดยหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำในปีนี้ขึ้นอีก อุตสาหกรรมรถยนต์โดยเฉพาะบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ยิ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุดในอุตสาหกรรมรถยนต์” นายเพาฟเลอร์ กล่าว
สำหรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 บริษัทเห็นว่าหากมีการดำเนินการตามข้อตกลงอย่างจริงจังและมีการกำหนดข้อตกลงได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะข้อกำหนดด้านอัตราภาษี และกำหนดอัตราชิ้นส่วนที่ใช้ผลิตในประเทศ จะเกิดประโยชน์มากโดยเฉพาะด้านการลงทุน ซึ่งปัจจุบันในภูมิภาคอาเซียน บริษัทมีโรงงานผลิต 3 แห่งหลักในภูมิภาคดังกล่าว ที่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อส่งไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ไทยถือได้ว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดด้านการจำหน่ายในอาเซียน โดยหากมีการเปิดเสรีอาเซียน บริษัทอาจมองถึงด้านการลงทุนต่างๆ เพิ่มเติม แต่จะต้องรอการประกาศแผนการบริหารงานระดับโลกในการกำหนดทิศทางการลงทุนต่อไป
นายเพาฟเลอร์ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดรถในระดับพรีเมียมเซ็กเมนต์ จะมีอัตราเติบโตในระดับ 2 หลัก โดยในปี 2554 ที่ผ่านมามียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 1.7 หมื่นคัน
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวรถเมอเซเดสเบนซ์ รุ่น SL 500 โดยมีราคาอยู่ที่ 14.49 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะ โดยบริษัทจะผลิตตามจำนวนที่สั่งเท่านั้น ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลารอรับรถประมาณ 46 เดือน โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าจะนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ในเซ็กเมนต์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น 2 รุ่น เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อาทิ B-Class เป็นต้น โดยที่ผ่านมารถที่ได้รับความนิยมสูงสุดจะอยู่ในรุ่น C-Class และ A-Class ที่มีระดับราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านบาท เป็นต้นไป







