
บี้กำไรค่าส่ง/อาหารด่วน
พาณิชย์เรียกค้าปลีกสมัยใหม่คุมค่าดีซีกับส่วนแบ่งจานด่วน
พาณิชย์เรียกค้าปลีกสมัยใหม่คุมค่าดีซีกับส่วนแบ่งจานด่วน
“พาณิชย์” เบรกโมเดิร์นเทรดขึ้นค่ากระจายสินค้า พร้อมเล็งเรียกห้างถกลดค่าส่วนแบ่งขายจานด่วนสัปดาห์หน้า หวังกดเหลือ 20%
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ทำหนังสือไปยังผู้ประกอบการห้างค้าปลีกทุกราย โดยขอความร่วมมือไม่ให้มีการปรับขึ้นค่ากระจายสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าหรือดีซี (Distribution Center) หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) ว่าห้างขอปรับขึ้นค่ากระจายสินค้า โดยบางห้างขอขึ้นสูงถึง 15% ทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มปรับราคาลงตามราคาน้ำมันต่างประเทศ จึงไม่มีเหตุผลที่จะปรับขึ้นค่าดีซี เพราะจะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้ผู้ผลิตสินค้า และอาจมีผลทำให้ราคาสินค้าปลายทางสูงขึ้น ประชาชนเดือดร้อนได้
พร้อมกันนี้ในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ประกอบการร้านค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรด และห้างสรรพสินค้าทุกรายมาหารือ เพื่อขอความร่วมมือปรับลดค่าส่วนแบ่งการขาย หรือจีพี ที่เรียกเก็บจากผู้ค้าอาหารปรุงสำเร็จภายในศูนย์อาหารของห้างด้วย เนื่องจากปัจจุบันห้างมีการเรียกเก็บจากผู้ค้า โดยเฉลี่ยสูงถึง 30-35% ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากค่าเช่าพื้นที่ เช่น เงินประกัน ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าก๊าซหุงต้ม จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาอาหารปรุงสำเร็จในห้างสูงเกินไป
ทั้งนี้ หากไม่ได้รับความร่วมมือปรับลดลง กรมจะเสนอให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน พิจารณาให้ค่าจีพีเป็นสินค้าและบริการควบคุมตาม พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 โดยจะกำหนดอัตราที่เหมาะสม ซึ่งเบื้องต้นอยากขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปรับลดค่าจีพีลงมาเหลือ 20% เท่านั้น
นอกจากนี้ ยังลงไปดูรายละเอียดรวมถึงค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปาที่ห้างเรียกเก็บจากผู้ค้าอาหารด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ หากเรียกเก็บสูงเกินจริงก็อาจต้องควบคุมด้วยเช่นกัน เพื่อทำให้ราคาอาหารปรุงสำเร็จอยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่สูงเกินจริง
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ปัจจุบันโมเดิร์นเทรดและห้างสรรพสินค้ามีการเรียกเก็บส่วนแบ่งรายได้ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากผู้ค้าอาหารในศูนย์อาหาร 30-35% ค่าเงินประกัน 5 หมื่น1 แสนบาท ยังมีค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้มอีก ส่งผลให้ราคาขายอาหารปรุงสำเร็จในห้าง สูงกว่าที่ขายในตลาดทั่วไป โดยราคาในห้างค้าปลีก เช่น ข้าวราดแกง 1 อย่าง ราคา 30 บาท ราดแกง 2 อย่าง 35-40 บาท ข้าวกระเพราหมูไก่ 35-40 บาท ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น 35 บาท ส่วนในห้างสรรพสินค้า ข้าวราดแกง 1 อย่าง 30-35 บาท ข้าวราดแกง 2 อย่าง 4045 บาท ข้าวกระเพราะหมูไก่ 40-45 บาท ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น 40 บาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อคำนวณส่วนแบ่งรายได้ที่ห้างค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าจะได้รับจากผู้ค้า เช่น ราคาอาหาร 30 บาท ห้างจะได้ส่วนแบ่งที่จานละ 9.81 บาท ขณะที่ผู้ค้าจะได้สุทธิ 18.23 บาทราคาจานละ 35 บาท ห้างจะได้ 11.45 บาท ผู้ค้าจะได้ 21.26 บาท จานละ 40 บาท ห้างจะได้ 13.04 บาท ผู้ค้าได้ 24.30 บาท และจานละ 45 บาท ห้างจะได้ 14.72 บาท และผู้ค้าได้ 27.34 บาท แต่หากสามารถเจรจาให้ห้างปรับลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงเหลือเพียง 20% จะทำให้ราคาอาหารจากจานละ 30 บาท ลดลงได้อีก 4.20 บาท ราคา 35 บาท ลดลงได้ 4.91 บาท ราคา 40 บาท ลดลงได้ 5.60 บาท และราคา 45 บาท ลดลงได้ 6.31 บาท







