posttoday
ระเบิดเวลา "หนี้สาธารณะ"

ระเบิดเวลา "หนี้สาธารณะ"

22 มิถุนายน 2555

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

เมี่อวันที่ 21 มิ.ย. สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ จัดงานสัมมนา “ประเด็นร้อนเศรษฐกิจหนี้สาธารณะ เพื่อชาติหรือระเบิดเวลา” โดยมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ ดังนี้

ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี รมว.แรงงาน และ รมว.อุตสาหกกรรม กล่าวปาฐกถา “จากหนี้สาธารณะในยูโรปสู่เออีซี : โจทย์ท้าทายและทางรอดของประเทศไทย” โดยกล่าวเตือนการดำเนินนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่กู้เงินมาเพื่อจัดทำนโยบายประชานิยม เพื่อเอาใจหัวคะแนนต่างๆ เช่น โครงการรับจำนำข้าว ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และนโยบายรัฐสวัสดิการต่างๆ ดูแลคนแก่ ซึ่งทำให้รัฐบาลจะต้องมีการใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก

ไตรรงค์ ได้แนะนำให้รัฐบาลควรยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวที่สร้างผลขาดทุนให้รัฐบาลมหาศาลและต้องไปพิจารณาอีกว่าควรจะยกเลิกนโยบายอะไรเพิ่มขึ้นอีก เพราะนโยบายต่างๆ ที่ดำเนินการนี้สร้างปัญหาภาระหนี้สาธารณะและมีผลกระทบกับเศรษฐกิจ

“ผมขอทำนายหากกรีซจะต้องล่มสลาย มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนกลับมาเอเชีย ทำให้ค่าเงินบาทแข็ง ในที่สุดการส่งออกก็มีปัญหา และส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเติบโตเศรษฐกิจของไทย ยิ่งทำให้ไทยต้องกู้เงินมาใช้จ่ายมากขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะในปี 2559 จะสูงถึงในระดับ 60% จากขณะนี้อยู่ในระดับ 41% และหากหนี้สาธารณะของไทยสูงในระดับ 60% ไทยจะล้มเร็วกว่ากรีซ เพราะกรีซยังมีอียูพยุงอยู่ แต่หากไทยจะล้มละลายเหมือนอาร์เจนตินาที่ต้องขายระบบสาธารณูปโภคทุกอย่างเพื่อใช้หนี้ ก็ยังไม่หมด” ไตรรงค์ กล่าว

ขณะที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รมว.คลัง และรมว.พาณิชย์ กล่าวในหัวข้อ “เหลียวหลังแลหน้าเศรษฐกิจ ไทย” ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยจัดทำงบประมาณขาดดุลและต้องกู้เงินเพื่อมาใช้จ่ายรวม 1.8 ล้านล้านบาท เพื่อแลกกับการเติบโตในระบบเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่โตเฉลี่ยในระดับ 2.6%

ส่วนใหญ่นโยบายด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมา กู้เงินมาใช้จ่ายเพื่อประคับประคองระบบเศรษฐกิจ แต่ยังขาดนโยบายที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

ถ้ามองระบบเศรษฐกิจไทยในขณะนี้นั้น ถือว่ามีความแข็งแกร่งมากพอสมควร เงินสำรองมากกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึง 3 เท่า ถึงแม้ว่าไทยมีระดับหนี้สาธารณะและเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ดี ที่จะสามารถเผชิญปัญหาวิกฤตยุโรปที่จะเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นบุญเก่า ถ้ามองใกล้ๆ เศรษฐกิจไทยมีลักษณะที่เบลอและขรุขระ มีตัวเลขที่สวยแต่ยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่ดี อาทิ ความเท่าเทียมกัน

สมคิด กล่าวต่อว่า ในช่วง 35 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไรนั้นต้องตอบสนองเงื่อนไขต่างๆ ทั้งในเรื่องของวิกฤตเศรษฐกิจโลก เห็นว่าวิกฤตยุโรปที่กำลังเกิดขึ้นนี้จะลึกและใช้เวลาในการฟื้นตัวพอสมควร และมีแนวโน้มที่การส่งออกไทยถดถอย เพราะจะหวังพึ่งจีน อินเดีย บราซิล และญี่ปุ่น คงยาก เพราะประเทศเหล่านี้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลง ส่วนจะหวังพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติคงยากเช่นกัน เพราะบรรยากาศของเศรษฐกิจโลกและการเมืองของไทยไม่เอื้อให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ

ดังนั้น สิ่งที่เป็นอาวุธสำคัญในขณะนี้ คือ การใช้จ่ายของรัฐบาล เห็นว่ายังมีความจำเป็น และการกู้เงินอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร หากนำมาใช้จ่ายด้านการลงทุนเพื่อสร้างพื้นฐานการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต

“ถ้าไทยยังต้องขาดดุลในอีก 45 ปีข้างหน้า ต้องมาดูว่าฐานะทางการคลังนั้นรับไหวเหรือเปล่า ซึ่งขณะนี้ไทยยังพึ่งบุญเก่า อาศัยกรมสรรพากรสร้างรายได้ให้เป็นส่วนใหญ่ ถึงเวลาที่ต้องปฏิรูประบบการคลัง และเห็นว่าภาวะแบบนี้ควรต้องนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เห็นว่าอะไรพอดีและต้องเห็นถึงการใช้ประโยชน์จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)” สมคิด กล่าว

สมคิด กล่าวว่า ขณะนี้เองการเมืองไทยพัฒนาไปสู่อีกจุดหนึ่งมากกว่าการแตกแยกที่เคยพูดถึงเมือง 6 ปีก่อน โดยมีความแตกแยกในสภา ความแตกแยกของตุลาการ นิติบัญญัติขัดแย้งกับสภา แค่ประคับประคองให้เดินไปข้างหน้ายังลำบากแล้ว และไทยยังมีปัญหาสำนึกบกพร่อง เห็นเรื่องทุจริต คอร์รัปชันเป็นเรื่องปกติซึ่งเป็นการลดสมรรถภาพของประเทศ

สำหรับประเด็นในการเสวนา “หนี้สาธารณะ เพื่อชาติหรือระเบิดเวลา” ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า หากไทยมีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่แท้จริง 3% (ไม่รวมเงินเฟ้อต่ำ 3%) จะทำให้มีปัญหาหนี้สาธารณะ อย่างน้อยเศรษฐกิจไทยต้องโต 6% (ไม่รวมเงินเฟ้อ) ซึ่งขึ้นอยู่กับภาครัฐว่ามีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหรือไม่ โดยงบประมาณรัฐ 2.3 ล้านล้านบาทในปีนี้ ยังคงมีปัญหาการเบิกจ่ายที่ล่าช้า และหากมีการบริหารงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพมีปัญหาคอร์รัปชันจะยิ่งทำให้เกิดปัญหา

ขณะที่ ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า มีความเป็นห่วงปัญหาหนี้สาธารณะที่ซ่อนเร้น โดยเฉพาะหนี้กองทุนต่างๆ ของรัฐบาลที่ยังมีกระจัดกระจายและไม่มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงหนี้ขององค์การบริหารงานท้องถิ่นต่างๆ (อบต. อบจ.) และที่ผ่านมารัฐบาลเพียงชำระดอกเบี้ยเท่านั้นไม่มีการตัดหนี้เงินต้น ยิ่งทำให้ภาระหนี้สาธารณะยิ่งพอกพูน หากเศรษฐกิจถดถอยยิ่งส่งผลกระทบให้เป็นระเบิดเวลาของหนี้สาธารณะ อีกทั้งปัจจุบันการจะใช้นโยบายการเงินการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจยิ่งยาก ตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่นใช้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท