
มาตรการภาษี SMEs
โดย...สมชาย ชูเกตุ
โดย...สมชาย ชูเกตุ
มาตรการภาษี SMEs รัฐได้มีมาตรการภาษีเพื่อ SMEs หรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises) อยู่หลายมาตรการด้วยกัน กฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว เช่น จัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราที่ต่ำกว่ารอบบัญชีปีที่ผ่านมา ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและหักค่าเสื่อมราคาในอัตราเร่งสำหรับการซื้อเครื่องจักรเพื่อผลิตสินค้าหรือให้บริการแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลเสียหายจากอุทกภัย เป็นต้น
นอกจากนั้น ได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2555 และวันที่ 5 มิ.ย. 2555 ที่ผ่านมาเพื่อช่วยเหลือ SMEs และผู้ประกอบการ โดยได้มีมาตรการภาษีรวม 4 มาตรการ สรุปได้ดังนี้
nหักรายจ่าย 2 เท่า สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จ่ายค่าเช่าพื้นที่ ค่าก่อสร้างสถานที่จัดแสดง ค่าประกันภัย ค่าระวางหรือค่าขนส่งสินค้าและอุปกรณ์ที่ใช้เข้าร่วมออกร้าน งานนิทรรศการ งานแสดงสินค้าในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2555 ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานรัฐว่าได้เข้าร่วมงานจริง
มาตรการนี้เพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้า การให้บริการและการท่องเที่ยวในประเทศไทย ฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังภัยพิบัติอุทกภัยของประเทศ และขยายเวลามาตรการภาษีดังกล่าวที่ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2554 ที่ผ่านมา (มติ ครม.เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2555)
nหักค่าใช้จ่ายค่าจ้าง 1.5 เท่า สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ โดยให้หักค่าใช้จ่าย 1.5 เท่าของส่วนต่างค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 300 บาทต่อวัน ระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ตั้งแต่วันที่เริ่มใช้ค่าจ้างขั้นต่ำตามที่รัฐบาลประกาศกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2555 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2555 โดยให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท ในรอบระยะเวลาบัญชี และผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5), (6), (7), (8) แห่งประมวลรัษฎากร (มติ ครม.เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2555)
ตัวอย่าง ปกติจ่ายค่าจ้างวันละ 200 บาท เมื่อเพิ่มค่าจ้างเป็น 300 บาท มีค่าจ้างส่วนต่างที่จ่ายเพิ่ม 100 บาท ส่วนต่างที่จ่ายเพิ่ม 100 บาท สามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายได้ 150 บาท
nยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการขายเครื่องจักรเก่าเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ สำหรับการขายเครื่องจักรตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2555 (ปกติต้องนำรายได้จากการขายเครื่องจักรเก่ามารวมเป็นรายได้เพื่อคำนวณหากำไรสุทธิสำหรับการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล) โดยให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท ในรอบระยะเวลาบัญชี (มติ ครม.เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2555)
nหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรใหม่ในอัตราร้อยละ 100 ในปีแรก สำหรับเครื่องจักรที่ได้มาและใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2555 (ปกติต้องนำมาหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาไม่เกินอัตราร้อยละ 20 และหักเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี) โดยให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท ในรอบระยะเวลาบัญชี
สำหรับมูลค่าที่นำมาหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ขอให้ติดตามดูกฎหมายอีกครั้งว่าจะกำหนดมูลค่าทรัพย์สินไว้เท่าใด ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเคยกำหนดมูลค่าไว้ไม่เกิน 5 แสนบาท (มติ ครม.เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2555)
มาตรการภาษีที่กล่าวมาข้างต้น ศึกษาเพิ่มเติมได้จากข่าวกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตามขอให้ติดตามกฎหมายที่จะออกมาอีกครั้งว่ามีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขอย่างไร ติดตามได้ที่ www.rd.go.th สวัสดีครับ







