posttoday
ไทยได้ดีอาเซียนลิงก์

ไทยได้ดีอาเซียนลิงก์

20 มิถุนายน 2555

มาเลย์-สิงคโปร์จ่อเข้ามาลงทุนจังหวะดีหุ้นพุ่ง

มาเลย์-สิงคโปร์จ่อเข้ามาลงทุนจังหวะดีหุ้นพุ่ง

เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ชี้หลังเปิดอาเซียนลิงก์ ส.ค.ไทยได้เปรียบ กองทุนสิงคโปร์และกองทุนมาเลเซียจ่อลงทุนในไทย ชี้ไตรมาส 3 ดัชนีพุ่งสูงสุดถึง 1,328 จุด

น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวในงานเสวนา “ASEAN Link มิติใหม่การลงทุน” ว่า เดือน ส.ค.ที่จะเริ่มมีการซื้อขายหลักทรัพย์ข้ามตลาด (อาเซียนลิงก์) ระหว่าง 3 ประเทศก่อน คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย คาดว่าเงินจากสิงคโปร์และมาเลเซียจะไหลเข้าไทยได้ เนื่องจากล่าสุดได้ข้อมูลจากเมย์แบงก์ว่าทางกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการของสิงคโปร์และกองทุนส่วนบุคคลของมาเลเซียมีความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

ทั้งนี้ เพราะประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้อยู่ที่ 5-6% ขณะสิงคโปร์อยู่ที่ 3-4% ประกอบกับสิงคโปร์ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก เพราะประเทศพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่จำเป็นต้องหาที่ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม ส่วนที่มาเลเซียแม้จะมีจีดีพีปีนี้สูงกว่าไทย แต่อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 14% ขณะที่ไทยคาดว่าจะเติบโตได้ถึง 20-23% เนื่องจากได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีนิติบุคคลแล้วถึง 7%

“ดูเหมือนช่วงแรกไทยจะได้ประโยชน์ในระยะสั้น แต่เม็ดเงินที่เข้ามาของกองทุนดังกล่าวจะค่อยๆ มา ไม่ได้มาวูบเดียว และลักษณะการลงทุนจะเป็นการถือระยะยาวประมาณ 6-12 เดือนเป็นหลัก”

“ถ้าจะให้ไทยเป็นที่สนใจของต่างชาติต่อเนื่อง บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ควรขยายการเติบโตให้กับบริษัทด้วยการขยายงานและการลงทุนไปยังต่างประเทศ ซึ่งเมื่อผลประกอบการ บจ.ดี ก็จะส่งผลต่อการขยายตัวของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในอนาคตด้วย” น.ส.มยุรี กล่าว

น.ส.มยุรี กล่าวต่อว่า การเปิดอาเซียนลิงก์เดือน ส.ค. เป็นจังหวะพอดีที่อาจทำให้กองทุนบำเหน็จบำนาญและกองทุนส่วนบุคคลตัดสินใจมาลงทุน เนื่องจากขณะนั้นปัจจัยต่างประเทศเริ่มมีการผ่อนคลายและมีทิศทางชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐจะมีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) 3 และจะมีมาตรการการแก้ไขที่ชัดเจนของกลุ่มยุโรปที่จะแก้วิกฤต และคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะมีการลดดอกเบี้ยและพิมพ์เงินเข้าระบบรอบที่ 3 ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ไตรมาส 3 ดัชนีจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ที่ 1,328 จุด ซึ่งเทียบกับจุดสูงสุดที่ผ่านมาที่ 1,180-1,200 จุด

อย่างไรก็ดี แม้อาเซียนลิงก์จะเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น แต่อยากให้นักลงทุนมองว่ารูปแบบการลงทุนจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นการลงทุนเพื่อถือระยะยาวมากกว่าเก็งกำไรระยะสั้น หรือเป็นในลักษณะกระจายความเสี่ยง เช่น ลงทุนในหุ้นไทย 50-60% ลงทุนในทองคำ 20% และลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศจากอาเซียนลิงก์ 10-15% เนื่องจากนักลงทุนต้องระวังเรื่องต้นทุนที่สูงมากจากค่าธรรมเนียมซื้อขายกับค่าเงินที่หลากสกุลที่จะทำให้ผลตอบแทนสูงใกล้ต้นทุน

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล