posttoday
จุดยืนประเทศไทย อยู่อย่างไรในเวทีโลก

จุดยืนประเทศไทย อยู่อย่างไรในเวทีโลก

20 มิถุนายน 2555

สถาบันนานาชาติเพื่อเอเชียแปซิฟิกศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ร่วมกับหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สถาบันนานาชาติเพื่อเอเชียแปซิฟิกศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ร่วมกับหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

จัดสัมมนาวิชาการในวาระครบรอบ 50 ปีของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภายใต้หัวข้อ “อนาคตประเทศไทยในพลวัตเอเชียแปซิฟิก” เพื่อเปิดมุมมองบทบาทของเอเชียและบทบาทของไทยในเวทีเศรษฐกิจการค้าโลก ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตที่ยั่งยืน โดยระดมผู้เชี่ยวชาญภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์

จุดยืนประเทศไทย อยู่อย่างไรในเวทีโลก

ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานคณะกรรมการสถาบันนานาชาติเพื่อเอเชียแปซิฟิกศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (INSAPS) กล่าวว่า โอกาสของประเทศไทยในพลวัตเอเชียแปซิฟิกขณะนี้ โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังประสบความยากลำบาก เพราะไม่มีความยืดหยุ่น ทุกวันนี้เศรษฐกิจไทยโตด้วยการพึ่งพาภาคการส่งออกเป็นหลัก จึงทำให้การเติบโตติดอยู่กับที่ เพราะภาคอุตสาหกรรมของไทยไม่สามารถขยายระดับการลงทุนให้ใหญ่ขึ้นได้ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่คัดค้าน และมีข้อจำกัดด้านความคิดสร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องท้าทายที่จะต้องข้ามไปสู่สังคมฐานความรู้และนวัตกรรมให้ได้ ดังนั้น ไทยควรวางกลยุทธ์ให้ชัดเจนว่าจะอยู่ในเอเชียแปซิฟิกอย่างไร

ส่วนตัวมองว่ามี 3 เรื่องที่จะต้องพิจารณา คือ ขยายตลาดออกไปยังประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เพราะประเทศเหล่านี้มีความก้าวหน้ามาก และมองอาเซียนเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เพราะจะเกิดการย้ายฐานการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น รวมทั้งต้องทำธุรกิจที่มีมาตรฐานเดียวกัน หากทำได้ก็จะทำให้ไทยเป็นผู้นำในอาเซียนได้

เช่นเดียวกับ สุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เห็นว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะมืดมน เพราะอุตสาหกรรมไทยยังติดอยู่ในระดับกลาง ไม่สามารถขยับหนีขึ้นไปอยู่ระดับบน หรือขยับล่างได้ เพราะไทยประสบวิกฤตซ้ำซาก ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ไข้หวัดนก และปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีความขัดแย้งที่รุนแรงภายในประเทศ ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยก็ถดถอยลง รวมทั้งรัฐบาลที่มีอยู่ ก็อยู่ในวิกฤตที่มีโอกาสนำไปสู่ภาวะถดถอยได้

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไทยอยู่ในจุดที่อ่อนแอที่สุด หากจะก้าวผ่านได้นั้นจะต้องร่วมมือกันใน 3 ภาคส่วน คือ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะเครื่องยนต์ทั้ง 3 ส่วนนี้ขัดข้องหมด ฉะนั้นถึงเวลาที่ต้องยกเครื่องเครื่องยนต์ทั้ง 3 ภาคส่วนนี้ใหม่ให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปได้

ขณะที่ สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง อดีตผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า ปัญหาของไทยเวลานี้คือไม่มียุทธศาสตร์อุตสาหกรรมรายสาขาที่ชัดเจนในการออกไปสู่เวทีโลก ทำให้ไม่รู้ว่าโซนไหนควรจะทำอุตสาหกรรมอะไร จึงต้องเร่งปรับตัว โดยภาคเอกชนควรเข้ามามีบทบาทในการร่วมวางยุทธศาสตร์มากขึ้น เพราะลำพังภาครัฐคงไม่มีศักยภาพพอที่จะขับเคลื่อนได้ เนื่องจากขนาดองค์รวมที่ใหญ่ เวลาจะขยับทีต้องใช้เวลานาน และต้องมีระบบปกครองดูแลร่วมกันเป็นเอกภาพ

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล