
จัดพันล้านชดเชยออมสินให้กู้เขื่อน
ขยายเวลาซอฟต์โลนเป็น15ปี ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง6แห่ง
ขยายเวลาซอฟต์โลนเป็น15ปี ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง6แห่ง
อุ้มนิคมฯ จัดงบ 1,000 ล้านบาท ชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยซอฟต์โลน “ออมสิน” สร้างเขื่อนนิคมฯ 15 ปี
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแก้ไขหลักเกณฑ์มาตรการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการสร้างระบบป้องกันอุทกภัยของธนาคารออมสิน โดยอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการกู้เงินสร้างเขื่อนนิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง จาก 7 ปี เป็น 15 ปี
ทั้งนี้ การสร้างเขื่อนนิคมฯ 6 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน บางกะดี โรจนะ ไฮเทค นวนคร และสหรัตนนคร ครม.มีมติอนุมัติเงินให้เปล่าจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ในสัดส่วน 2 ใน 3 ของค่าก่อสร้างเขื่อนนิคมฯ ไปแล้ว
สำหรับที่ค่าก่อสร้างที่เหลือ 1 ใน 3 ให้เอกชนเจ้าของนิคมฯ กู้เงินจากธนาคารออมสินในอัตราดอกเบี้ย 0.01% คิดเป็นวงเงินกู้ทั้งสิ้น 2,429 ล้านบาท และให้รัฐบาลชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยแทนเอกชนตลอดระยะเวลาการกู้เงิน 15 ปี เป็นวงเงินทั้งสิ้น 1,065 ล้านบาท
นายชลิตรัตน์ ระบุว่า เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) สนับสนุนการสร้างเขื่อนนิคมฯ กำหนดเงื่อนไขให้นิคมอุตสาหกรรมไม่ต้องชำระคืนเงินต้นใน 5 ปีแรก แต่ให้จ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 0.01% ในช่วง 5 ปีแรก และให้ทยอยชำระคืนหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยในปีที่ 6-15 โดยให้ผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละเท่าๆ กันภายในระยะเวลา 15 ปี
รายงานข่าวระบุว่า ครม.เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2554 มีมติเห็นชอบให้ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษให้นิคมฯ สร้างเขื่อนป้องกันนิคมฯ ภายใต้วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 7 ปี ต่อมามีการเสนอให้ขยายระยะเวลาการกู้เป็น 15 ปี ทำให้ต้องเสนอให้ ครม.อนุมัติแก้ไขหลักเกณฑ์ครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยยังเหมือนเดิม คือ ให้ธนาคารออมสินเรียกเก็บดอกเบี้ยจากนิคมฯ 0.01% ตลอดอายุโครงการ และรัฐบาลชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาโครงการเช่นกัน
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กู้เงิน 1.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินสมทบโครงการลงทุนของ กฟผ. 5,000 ล้านบาท และเพื่อชำระคืนเงินกู้ในประเทศที่ครบกำหนดชำระ 6,000 ล้านบาท
พร้อมกันนั้นได้ให้ กฟผ.ต่ออายุสัญญากู้เงินระยะสั้นแบบ Credit Line จำนวน 1 หมื่นล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 2555 เพื่อให้ กฟผ.มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินการ เนื่องจากที่ผ่านมา กฟผ.ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูงมาก โดยปี 2555 กฟผ.มีค่าใช้จ่ายดำเนินการ 3.76 หมื่นล้านบาท
เงินทุนหมุนเวียนของ กฟผ.อยู่ในระดับสูง มีรายจ่ายที่สำคัญคือค่าเชื้อเพลิง ซึ่ง กฟผ.ต้องชำระค่าเชื้อเพลิงวันที่ 30 ของทุกเดือน







