
โทชิยูกิ ชิกะ บิ๊กบอสนิสสันปีนี้ขอขายมาร์ช 2 หมื่นคัน!!!
หลังจากดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ในที่สุดบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ก็เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่เดินหน้าเข้าสู่โครงการรถยนต์อีโคคาร์ ด้วยการเปิดตัวนิสสัน มาร์ช พร้อมทำตลาดในประเทศไทยเป็นตลาดแรกของโลกเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา
โทชิยูกิ ชิกะ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาเป็นประธานเปิดตัวรถยนต์อย่างเป็นทางการด้วยตัวเอง พร้อมประกาศลั่น
“นิสสัน มาร์ช” คือรถยนต์ที่ผ่านคุณสมบัติของรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ครบสมบูรณ์ทั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้นิสสันมีศักยภาพในการแข่งขันกับคู่แข่ง โดยมองว่ามาร์ชจะเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการรถยนต์ขนาดเล็ก ประหยัด และมีมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งนอกจากการจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โรงงานในไทยจะผลิตเพื่อส่งออกในตลาดเอเชีย รวมถึงส่งกลับไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่นด้วย
สำหรับเป้าหมายการผลิตและจำหน่ายนั้น ในปีแรกนิสสันคาดว่าจะผลิตนิสสัน มาร์ช ในโรงงานที่ประเทศไทย 9 หมื่นคัน สำหรับจำหน่ายในประเทศไทย 2 หมื่นคัน และส่งออก 7 หมื่นคัน จากนั้นก็จะผลิตให้ได้ถึง 1 แสนคัน ตามเป้าหมายของโครงการอีโคคาร์ในปี 2555 ซึ่งจะเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 1 ใน 3ของการผลิต หรือ 3.5 หมื่นคัน
“
ตัวเลขดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 โรงงานหลักของโลกนี้ที่ได้ผลิตรถรุ่นดังกล่าว นอกเหนือไปจากโรงงานที่จีน อินเดีย และเม็กซิโก ซึ่งนิสสันมีแผนที่จะผลิตรถในโครงการนี้ถึง 3 รุ่น ได้แก่ แฮตช์แบ็ก ซีดาน และมินิเอ็มพีวี โดยตั้งเป้าหมายการผลิตทั่วโลกถึงปีละ 1 ล้านคัน ทำตลาดใน 160 ประเทศทั่วโลก”ชิกะ บอกว่า มั่นใจกับนิสสัน มาร์ชมาก โดยเฉพาะในเรื่องของสมรรถนะของรถยนต์ที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทยได้ ด้วยตัวรถที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่บนโครงสร้างวีแพลตฟอร์ม มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ รหัส HR12DE ขนาด 79 แรงม้า มีให้เลือกระหว่างเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะเอกซ์ทรอนิก ซีวีที รุ่นใหม่
ทั้งนี้ การเปิดตัวในประเทศไทยจะมีทั้งหมด 6 รุ่นย่อย แบ่งเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด 2 รุ่น และเกียร์อัตโนมัติซีวีที 4 รุ่น มีสีให้เลือกทั้งสิ้น 6 สี วางราคาจำหน่ายรุ่น 1.2 เอสเกียร์ธรรมดา 3.75 แสนบาท รุ่น 1.2 อีเกียร์ธรรมดา 4.25 แสนบาท รุ่น 1.2 อีเกียร์ซีวีที 4.59 แสนบาท รุ่น 1.2 อีแอล เกียร์ซีวีที 4.89 แสนบาท รุ่น 1.2 วีเกียร์ซีวีที 5.07 แสนบาท และรุ่น 1.2 วีแอลเกียร์ซีวีที 5.37แสนบาท
ในช่วงแรกของการเปิดตัวเพื่อให้เป็นรถยนต์ขวัญใจประชาชนอย่างแท้จริง นิสสันจึงชูสโลแกน
“นิสสัน มาร์ช ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น” โดยมองว่าเป้าหมายการจำหน่าย 2 หมื่นคัน จะสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยสร้างครอบครัวขนาดเล็ก โดยจะเป็นการซื้อรถคันใหม่ 25% เป็นการซื้อทดแทนรถคันเก่า 25% และจะเป็นลูกค้าที่ซื้อเพิ่มจากรถที่มีอยู่ 50%“
ผมมองว่าตลาดในประเทศไทยปีนี้จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องนับจากครึ่งปีหลังของปีที่ผ่านมา และเราเชื่อว่านิสสันประเทศไทยปีนี้จะสร้างยอดขายมากที่สุดใน 5 ปี และมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในรอบ 6 ปี โดยมาร์ชจะเป็นรถธงในการสร้างตลาดใหม่ และทำให้นิสสันขยายไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ เป้าหมายการขาย 2 หมื่นคันใน 1 ปีของมาร์ชจะคิดเป็น 40% ของเป้าหมายการขายของบริษัท ซึ่งจะเริ่มรับจองทันที และจะเริ่มส่งมอบรุ่นเกียร์ธรรมดาในวันนี้ สำหรับรุ่นเกียร์ซีวีทีจะส่งมอบในช่วงต้นเดือน มิ.ย.”นอกเหนือจากความมั่นใจในด้านสินค้าแล้ว นิสสันยังเปิดแคมเปญทางการเงินสำหรับนิสสัน มาร์ช ด้วยการเริ่มดาวน์ขั้นต่ำสุดเพียง 10% หรือจ่ายเพียง 3.7 หมื่นบาท ก็สามารถเป็นเจ้าของนิสสัน มาร์ช รุ่น 1.2 เอส เกียร์ธรรมดาได้ทันที โดยผ่อนชำระนานถึง 60 เดือน แต่หากดาวน์ 15% จะได้ผ่อนชำระนาน 72 เดือน ดาวน์ 20% ผ่อนชำระนาน 84 เดือน และหากวางเงินดาวน์ 25% ผ่อนชำระนาน 84 เดือน จะเหลือค่าผ่อนชำระเพียงเดือนละ 4,424 บาท โดยผู้ผ่อนจะต้องมีเงินเดือนสุทธิ 2 เท่าของค่างวด
นอกจากนี้ ก็มีการเปิดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้ากลุ่มพิเศษ ที่ดาวน์ 0% ผ่อนชำระนาน 60 เดือน โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน อย่างเช่นกลุ่มหมอ กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการลดราคาอะไหล่ที่จะถูกกว่าคู่แข่งประมาณ 20% ซึ่งจากสินค้าและแคมเปญด้านการเงินดังกล่าว ทำให้เชื่อว่าเป้าหมาย 2 หมื่นคันในปีนี้ไม่น่าจะพลาดเป้าหมายอย่างแน่นอน
ชิกะยังได้กล่าวถึงการส่งออกรถยนต์รุ่นนี้ไปในตลาดอาเซียนว่า แม้ตลาดอื่นๆ ในอาเซียนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีเหมือนกับในประเทศไทย แต่หากพิจารณาการเติบโตของตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กระดับเอและบี เซ็กเมนต์ที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่าแนวโน้มรถยนต์ในกลุ่มนี้ก็น่าจะเติบโตในอาเซียนเช่นกัน และอาจมีส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 20% ซึ่งการส่งออกของอาเซียนจะเริ่มในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
เขายังพูดถึงการเติบโตของตลาดรถยนต์นั่งระดับเอและบี เซ็กเมนต์ในตลาดโลกอีกว่ามีการเติบโตที่น่าสนใจในตลาดโลก ซึ่งในปี 2552 มีการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นเป็น 27% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้นที่ขยายตัวราว 26% และเชื่อว่าแนวโน้มการขยายตัวจะยังเพิ่มมากขึ้นจากความต้องการรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั่วโลก
ส่วนแผนการขยายตลาดของนิสสัน มาร์ชไปยังโรงงานอื่นๆ นั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้ แต่จะมีการประกาศก่อนที่จะเปิดไลน์ผลิตในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลใหม่ๆ ที่ทำการผลิต การใช้เครื่องยนต์ดีเซลกับรถรุ่นดังกล่าว แต่ยืนยันว่าจะยังไม่มีการเปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลในประเทศไทยในขณะนี้
ชิกะกล่าวสรุปปิดท้ายด้วยการกล่าวขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการอีโคคาร์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งทำให้นิสสันกลายเป็นค่ายรถที่ถูกจับตามองในช่วงที่ผ่านมาจากโครงการดังกล่าว ซึ่งนิสสันเชื่อว่า นิสสัน มาร์ช จะกลายเป็นสินค้าหลักที่จะทำให้นิสสันมีศักยภาพในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นทั้งในตลาดประเทศไทยเอง และในตลาดรถยนต์โลก ที่ความต้องการรถยนต์ขนาดเล็กยังขยายตัวอยู่
และย้ำอีกครั้งว่าตัวเลข 2 หมื่นคัน ที่ตั้งเป้าหมายการจำหน่ายในประเทศไทยเป็นเรื่องที่นิสสันจะมุ่งมั่นและทำให้ได้อย่างแน่นอน!!!







