posttoday
เปิดเออีซีเครื่องหนังไทยไปโลด

เปิดเออีซีเครื่องหนังไทยไปโลด

19 มิถุนายน 2555

ท้อปเท็นเทรดดิ้ง ชี้อุตสาหกรรมเครื่องหนังไทย โดนสินค้าจีนตีตลาด คาดเปิดเออีซีตลาดโตพรวด พร้อมลุยส่งออกเพิ่ม

ท้อปเท็นเทรดดิ้ง ชี้อุตสาหกรรมเครื่องหนังไทย โดนสินค้าจีนตีตลาด คาดเปิดเออีซีตลาดโตพรวด พร้อมลุยส่งออกเพิ่ม

นายนิวัฒน์ กิระนันทวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ท้อปเท็นเทรดดิ้ง กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องหนังแบรนด์มาร์เวลล์ เมย์ฟายน์ เฟนเนลี่ คาร์เรน อะเลน เดอร์ลอง และบีไซด์ยู เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องหนังในประเทศไทยมีการแข่งขันค่อนข้างสูง หลังจากที่จีนเปิดประเทศทำให้มีสินค้านำเข้าประเภทกระเป๋าและเครื่องหนังระดับกลาง-ล่างจากจีนเข้ามามากขึ้น โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เชื่อว่าจะส่งผลดีมากขึ้น เนื่องจากจะมีการเคลื่อนย้ายของกลุ่มทุน ซึ่งจะทำให้ธุรกิจดังกล่าวมีการเติบโตมากขึ้น

“ปัจจุบันธุรกิจกระเป๋าหนังมีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยมีผู้ผลิตออกมาสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 20 แบรนด์” นายนิวัฒน์ กล่าว

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดนั้น บริษัทจะมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของสินค้าในแต่ละแบรนด์อย่างชัดเจนมากขึ้น เช่น สินค้าแบรนด์มาร์เวลล์นั้น เน้นกลุ่มคนอายุ 30 ปีขึ้นไป มีราคาขายเฉลี่ย 4,500 บาท ส่วนแบรนด์เมย์ฟายน์จะเน้นกลุ่มคนเริ่มต้นวัยทำงานอายุ 22 ปีขึ้นไป มีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 1,800 บาท

ขณะเดียวกันก็จะเน้นการออกแบบมากขึ้น โดยแต่ละปีจะมีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดปีละ 4 คอลเลกชันต่อแบรนด์

“สินค้าแต่ละแบรนด์นั้นต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปีขึ้นไป ถึงจะสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดได้ ซึ่งสินค้าของเราอย่างแบรนด์มาร์เวลล์นั้นอยู่ในตลาดมานานเกือบ 30 ปี ซึ่งถือเป็นแบรนด์ท็อปทรีในตลาด” นายนิวัฒน์ กล่าว

พร้อมกันนี้จะใช้งบการตลาดจำนวน 10 ล้านบาท โดยในปีนี้เตรียมจัดงานมาร์เวลล์ แทงกิ้ว เซล ซึ่งเป็นการนำสินค้าเครื่องหนังของกลุ่มบริษัทมาลดราคาพิเศษ 15-70% ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.-8 ก.ค. โดยงานจะจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่บางโพ พื้นที่ 1,600 ตร.ม.

นายนิวัฒน์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 7% หรือมียอดขายรวม 300 ล้านบาท จากปีก่อนที่มียอดขาย 280 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวมาจากตลาดส่งออกต่างประเทศ 10% อย่างไรก็ตามคาดว่าภายในปี 2561 ยอดขายจากตลาดต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% เนื่องจากจะได้ผลดีจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้บริษัทต้องเพิ่มตลาดส่งออกมากขึ้น

ปัจจุบันบริษัทส่งออกสินค้าไปยังตลาดตะวันออกกลาง คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย และสิงคโปร์

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ