posttoday
AEC โอกาส หรือ วิกฤตประกันชีวิตไทย

AEC โอกาส หรือ วิกฤตประกันชีวิตไทย

18 มิถุนายน 2555

โดย...วารุณี อินวันนา

โดย...วารุณี อินวันนา

ในปี 2558 หรือ ในอีก 3 ปีข้างหน้า ธุรกิจประกันชีวิตไทยต้องเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (Asean Economics Community) ที่เกิดจากการรวมตัวของชาติในอาเซียน 10 ประเทศ  ประกอบด้วย ไทย, พม่า, ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, บรูไน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน การนำเข้า ส่งออก การลงทุน ระหว่างกันจะเป็นไปอย่างเสรี

ทั้งนี้ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ สมาคมประกันชีวิตไทย จัดสัมมนาหัวข้อ   "AEC โอกาส หรือ วิกฤต...ประกันชีวิตไทย"เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นองค์ปาฐกถาพิเศษ และมีวิทยากรจากกระทรวงการคลัง ธุรกิจประกันชีวิต และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ในกลุ่มอาเซียน ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียมีความก้าวหน้ามากที่สุดในเรื่องประกันชีวิตโดยสิงคโปร์มีขนาดของธุรกิจมากกว่าไทย 3 เท่าขณะที่มาเลเซียมากกว่าไทยหนึ่งเท่าและการลงทุนด้านประกันชีวิตในสองประเทศดังกล่าวอิ่มตัวแล้วคาดว่าทั้งสองประเทศจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแน่นอนเพราะโอกาสของการเติบโตในประเทศไทยมีสูงเพราะปัจจุบันคนไทยที่ซื้อประกันชีวิต มีเพียง 30 % เท่านั้น

ในขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่ได้มีการกำหนดที่ชัดเจนว่าในกิจการประเภทใดบ้างในประกันชีวิตที่สามารถเปิดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถเข้าไปลงทุนได้ ซึ่งถ้ามีแนวทางที่ชัดเจนภาคเอกชนจะสามารถประเมินได้ว่าควรจะปรับทิศทางอย่างไรและควรจะให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลืออย่างไร

ด้าน น.ส.เกตสุดา สุประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักการเงินการคลังอาเซียนสำนักงานเศรษฐกิจการคลังกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในขณะนี้กระบวนการจัดทำข้อตกลงการเปิดเสรีภาคบริการใกล้จะเสร็จสิ้นแล้วคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเร็วๆนี้แต่ภาคเอกชนคงมีการเตรียมตัวล่วงหน้ากันมานานแล้ว

"ภาครัฐบาลไม่ต้องการให้เอกชนมานั่งรอหรือนั่งถามเรื่องความช่วยเหลือว่ารัฐบาลจะช่วยอย่างไรบ้างเพราะภาคเอกชนเป็นฝ่ายที่รู้ดีที่สุดว่าขีดความสามารถของตนเองเป็นอย่างไรดังนั้นจึงต้องการให้ภาคเอกชนพูดให้ชัดเจนว่าต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลืออย่างไรมากกว่า"น.ส.เกตสุดา กล่าว

ขณะที่ นายฉัตรชัย มงคลวิเศษไกวัล ประธานกรรมการธุรกิจบริการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจประกันชีวิตไทย ถือว่าได้เปรียบเพราะมีกฎหมายเฉพาะควบคุมดูแล เช่นการให้ต่างชาติเข้าถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% แต่ธุรกิจอื่นๆ ไม่ได้มีกฎหมายเฉพาะคอยดูแล

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยต้องมองเลยกรอบของอาเซียนไปแล้วเพราะความร่วมมือได้ขยายไปสู่ Non  Asean แล้วในข้อตกลงระหว่างอาเซียนกับอีก  6 ประเทศและยังมีกรอบความร่วมมือการเปิดเสรีภายใต้กรอบขององค์การค้าโลกนอกจากนี้การค้าได้เปลี่ยนแปลงไปเพราะในปัจจุบันมีการค้า ที่ผ่านทาง e-commerce จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆในระยะต่อไปภาษีระหว่างประเทศจะเหลือศูนย์ดังนั้นจะต้องมีการปรับตัวกันขนานใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน

"ประเทศไทยจะต้องปรับตัว เพราะเรื่องแรงงานราคาถูกจะขาดแคลนแน่นอนดังนั้นประเทศไทยต้องพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ใช้ทักษะ มากขึ้น และเพิ่มมูลค่าของสินค้ามากขึ้น   น่าเป็นห่วงมาก เพราะตอนนี้ในระดับรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ที่ตัดสินใจในระดับนโยบายแต่ขณะนี้น่ากังวลมากเพราะไม่มีใครเลยที่จะบอกว่าทิศทางของประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป"นายฉัตรชัย กล่าว

นายโชน โสภณพนิช  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต กล่าวว่า การเข้าสู่ AEC นั้นเป็นปรากฏการณ์ที่ดีต่อผู้บริโภค เพราะมีทางเลือกมากขึ้นราคาประกันถูกลง  ขณะเดียวกันมาตรฐานก็ดีขึ้นเพราะมีการแข่งขันกันเพื่อให้บริการที่ดีขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจะต้องรู้ว่ามีจุดแข็งอะไร มีศักยภาพอย่างไรแล้วให้มุ่งไปสู่จุดนั้นรวมทั้งต้องพิจารณาว่าจะแข่งขันอย่างไรการออกไปต่างประเทศ ต้องหาคู่ค้า หรือ ร่วมทุนซึ่งต้องใช้เวลาไม่ใช่ตามกระแส เพราะการตามกระแสจะทำให้ได้รับของที่แพง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ