
ชงหนุน5กลุ่มเอสเอ็มอี
เล็งเสนอนายกฯปลายมิ.ย.นี้ ชูวัตถุดิบในประเทศ-ขายง่าย
เล็งเสนอนายกฯปลายมิ.ย.นี้ ชูวัตถุดิบในประเทศ-ขายง่าย
กระทรวงอุตฯ เล็งชงยิ่งลักษณ์ วางกรอบส่งเสริมเอสเอ็มอี 5 กิจการ สั่ง 10 หน่วยงาน ศึกษามุ่งเพิ่มประสิทธิภาพผลิต
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกำหนดแนวทางการพัฒนาเอสเอ็มอีไทย ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังกำหนดกรอบการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) 5 กลุ่ม ได้แก่ กิจการสนับสนุนการส่งออก เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ กิจการที่มีการกระจายรายได้สูง เช่น ไอที โลจิสติกส์ กิจการทดแทนการนำเข้า กิจการมูลค่าเพิ่มสูง และกิจการเพื่อสังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การศึกษา
ทั้งนี้ เพื่อเตรียมนำเสนอในการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเอสเอ็มอีไทยในปลายเดือน มิ.ย. 2555 ตามนโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานภายในโดยเฉพาะสถาบันอิสระ 10 หน่วยงาน ไปศึกษารายละเอียดกิจการที่จะนำเสนอในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการ
สำหรับกรอบการทำงาน จะคัดเลือกกิจการที่ใช้วัตถุดิบในประเทศสูงและมีโอกาสเข้าสู่ตลาดง่าย ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวบรวม พร้อมข้อเสนอหน่วยงานอื่น เมื่อผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการแล้ว จะได้แผนการส่งเสริมเอสเอ็มอีแต่ละกลุ่ม โดยจะมีโรดแมปในการพัฒนาเอสเอ็มอีในภาพรวมของรัฐบาลออกมา
ด้านแนวทางการส่งเสริมเอสเอ็มอีของกระทรวงอุตสาหกรรม จะเน้นไปที่การพัฒนาระบบการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน เพื่อให้เอสเอ็มอีมีความเข้มแข็งและพร้อมแข่งขันกับปัจจัยภายในและภายนอกในอนาคตได้ ขณะที่กระทรวงการคลังอาจมีมาตรการจูงใจหรือมาตรการทางการเงินเพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอี
“กระทรวงอุตสาหกรรมมี นโยบายส่งเสริมเอสเอ็มอีต่อเนื่อง โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อให้ธุรกิจเข้มแข็ง ซึ่งในปี 2554 มีเอสเอ็มอีเข้าโครงการ 110 ราย สามารถเพิ่มยอดขาย ขยายการลงทุนใหม่ ลดต้นทุนการผลิต และลดของเสีย รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ คิดเป็นมูลค่า 4,173 ล้านบาท โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2542 มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 608 ราย” ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน กระทรวงยังได้เข้าไปพัฒนาภาคการผลิตที่กระจายอยู่ในภูมิภาคเพื่อให้พัฒนาเข้าสู่ระบบสากล โดยเน้นอุตสาหกรรมอาหาร ยานยนต์และชิ้นส่วน เซรามิก แก้ว ยา เคมีภัณฑ์ ไม้ เครื่องเรือน สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง พลาสติก โลหะ และเครื่องหนัง ซึ่งจะยกระดับตั้งแต่การผลิต การวิจัยพัฒนา การบริหาร การเงิน การตลาด และพัฒนาบุคลากร







