
ซีเอ็มโอหาคู่บุกอีเวนต์อินโดฯ
รุกธุรกิจเช่าอุปกรณ์ในอาเซียนหวังยอด3ปีทะลุ2พันล้านบาท
รุกธุรกิจเช่าอุปกรณ์ในอาเซียนหวังยอด3ปีทะลุ2พันล้านบาท
ซีเอ็มโอ เผยแผนบุกตลาดต่างประเทศ เล็งบุกตลาดอีเวนต์อินโดฯ พร้อมลุยตลาดเช่า หวัง 3 ปียอดทะลุ 2,000 ล้าน
นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ กล่าวว่า แผนการขยายตลาดต่างประเทศขณะนี้มีความชัดเจนขึ้น โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การให้บริการเช่าอุปกรณ์สำหรับจัดอีเวนต์ ซึ่งขณะนี้ได้ขยายการให้บริการเข้าไปในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งพม่า เวียดนาม ลาว และกัมพูชา โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขยายตลาดของลูกค้าจากประเทศไทย และการให้บริการลูกค้าในท้องถิ่น
นอกจากนี้ จะเข้าร่วมทุนกับพันธมิตรเพื่อดำเนินธุรกิจอีเวนต์ในประเทศต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการหาบริษัทท้องถิ่นร่วมทุนเพื่อดำเนินธุรกิจอีเวนต์ในประเทศอินโดนีเซีย คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 3 เดือนนี้ โดยอินโดนีเซียถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจอีเวนต์สูง เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก และมูลค่าการจัดงานอีเวนต์สูงกว่าเมืองไทยถึง 25% ขณะที่คุณภาพการจัดงานยังต่ำกว่าเมืองไทย
“การเปิดเออีซีที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า ถือเป็นโอกาสมากสำหรับธุรกิจอีเวนต์ที่จะขยายไปในประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งในส่วนของการเข้าไปสนับสนุนรีจินอล แคมเปญ รวมทั้งการขยายเข้าไปในตลาดของประเทศนั้นๆ ซึ่งส่วนหลังต้องใช้เวลาในการศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นในแต่ละประเทศด้วย” นายเสริมคุณ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายว่า ในอีก 3 ปีบริษัทจะมีรายได้รวม 2,000 ล้านบาท เป็นสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 20% หรือประมาณ 400 ล้านบาท จากปีนี้คาดว่าจะมีรายได้รวม 1,200 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนค่อนข้างมาก เพราะช่วงไตรมาสแรกมีกิจกรรมที่เลื่อนมาจากปลายปีที่แล้ว เช่น บีโอไอ แฟร์ งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งกิจกรรมทางการตลาดของสินค้าอุปโภคบริโภค
นายเสริมคุณ กล่าวว่า บริษัทจะมุ่งสร้างยอดขายให้คงที่มากขึ้น ด้วยการให้นำเข้าอุปกรณ์สำหรับการจัดงานแสดงสินค้า และอุปกรณ์ด้านแสง สี เสียง สำหรับรายการโทรทัศน์ นอกจากนี้จะขยายธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์สำหรับจัดอีเวนต์ในงานใหญ่ๆ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เช่น โฮมโปร เอ็กซ์โป งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป เป็นต้น
ขณะเดียวกัน จะขยายจำนวนลูกค้าประจำจากเดิมที่มีอยู่ 8 ราย อาทิ ฮอนด้า มอเตอร์ไซค์ โฮมโปร บ๊อช เครื่องมือช่าง โดยวางเป้าหมายจะเพิ่มลูกค้ากลุ่มนี้เป็นเท่าตัว ซึ่งลูกค้าประจำกลุ่มนี้จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับองค์กร ขณะนี้ลูกค้าประจำรายได้คิดเป็นสัดส่วน 25% จะเพิ่มเป็น 40% ภายใน 2 ปี







