posttoday
โพลหุ้นแจกกำไร8%

โพลหุ้นแจกกำไร8%

17 มิถุนายน 2555

ผลสำรวจนักวิเคราะห์คาดหุ้นสิ้นปีเฉลี่ย 1,268 จุด เพิ่ม 102 จุด ต่างชาติซื้ออีก 2.83 หมื่นล้านบาทเชียร์ซื้อ 6 ตัว

ผลสำรวจนักวิเคราะห์คาดหุ้นสิ้นปีเฉลี่ย 1,268 จุด เพิ่ม 102 จุด ต่างชาติซื้ออีก 2.83 หมื่นล้านบาทเชียร์ซื้อ 6 ตัว

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยผลสำรวจนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทั้งหมด 22 แห่ง มองแนวโน้มตลาดหุ้นตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ธ.ค.นี้ว่าต่างชาติจะมีการซื้อสุทธิเฉลี่ย 28,312 ล้านบาท สูงกว่าการสำรวจเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2554 ที่มองว่าจะมียอดซื้อทั้งปีนี้เพียง 1.4 หมื่นล้านบาท หลังมองว่าปัญหาใหญ่หลายอย่างบรรเทาลง ภาพรวมเอเชียยังคงดีและเศรษฐกิจไทยมีการเติบโตสูงมากคาดอาจจะถึง 5.3% จากเดิมมองเพียง 4.8% เท่านั้น

โพลหุ้นแจกกำไร8%

สำหรับนักลงทุนสถาบันในประเทศจะมียอดซื้อสุทธิเฉลี่ย 17,321 ล้านบาท และพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์จะซื้อเฉลี่ย 2,643 ล้านบาท ทั้งนี้รวมยอดซื้อของนักลงทุน 3 กลุ่มมีทั้งสิ้น 48,276 ล้านบาท

จากผลสำรวจของนักวิเคราะห์มองว่าวิกฤตยุโรปจะสามารถบรรเทาลงได้ภายในปีนี้ และประเทศกรีซไม่น่าจะออกจากกลุ่มสหภาพยุโรปหลังเห็นการช่วยเหลือในลักษณะประคับประคอง พร้อมผ่อนปรนใช้นโยบายรัดเข็มขัดมากขึ้น แต่เศรษฐกิจของยุโรปยังคงติดลบอยู่ และปกติตลาดหุ้นจะมีสัญญาณตอบรับล่วงหน้าประมาณ 3-6 เดือน

ดังนั้นผลสำรวจจึงประเมินจุดสูงสุดของดัชนีสิ้นปีนี้ดีขึ้นเป็นเฉลี่ย 1,268 จุด จากเดิมมองที่ 1,130 จุด และมองจุดสูงสุดถึง 1,294 จุดและต่ำสุดที่ 1,081 จุดโดยมี บล.ฟินันเซีย ไซรัส บล.กสิกรไทย บล.ซีไอเอ็มบีที่ให้สูงสุดถึง 1,350 จุด ขณะที่ บล.เกียรตินาคิน มองต่ำสุด 940 จุด

ทั้งนี้ เป้าหมายดัชนีหุ้นของปีนี้เฉลี่ย 1,268 จุด สูงกว่าระดับปัจจุบันที่ 1,165.73 จุด คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 8.77% หรือเท่ากับ 102.27 จุด

นายสมบัติ กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ออกมาดีขึ้นแทบจะทุกด้าน คาดว่ากำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้จะเติบโตเฉลี่ย 21.5% จากเดิมคาดโตเพียง 11.61% และปีหน้าเติบโต 13.9% โดยส่วนใหญ่ถึง 64% คาดแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายคงที่ 3% จนถึงสิ้นปี

นักวิเคราะห์จำนวน 80% เห็นควรลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อกระตุ้นการบริโภค และให้เดินหน้าปรับค่าจ้างขึ้นเป็น 300 บาทในจังหวัดที่ยังไม่ได้ปรับขึ้นในปัจจุบัน

กลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะมีกำไรต่อหุ้นมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในปีนี้ ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โตถึง 164.32% แต่ในปีหน้าจะโตเพียง 2.17% และกลุ่มเดินเรือปีนี้จะแย่ที่สุดถึงติดลบ 217% แต่ปีหน้าจะโตมากที่สุด 32%

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังแนะนำตัวหุ้นตรงกันมากที่สุดถึง 6 ตัว คือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH)

ขณะเดียวกันได้แนะนำให้กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ แบ่งเป็นหุ้นหรือกองทุนหุ้นในประเทศ 46% หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 10% ทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส 12% ตราสารหนี้และกองทุนตราสารหนี้ 16% เงินสดและเงินฝาก 13% และอื่นๆ เช่นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 3%

ทางด้านการลงทุนในตลาดหุ้นวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีดีดตัว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี