
ยันคุ้มครอง50ล้านบาท/บัญชี
กิตติรัตน์การันตีไม่ลดวงเงินของประชาชน-นิติบุคคลเหลือ1ล้านบาทแน่นอน
กิตติรัตน์การันตีไม่ลดวงเงินของประชาชน-นิติบุคคลเหลือ1ล้านบาทแน่นอน
“โต้ง” ลั่นไม่ลดคุ้มครองเงินฝากลงมาเหลือ 1 ล้านบาท ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ เสียงแข็งคงความคุ้มครองในระดับเดิม 50 ล้านบาทต่อไป
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงวงเงินคุ้มครองเงินฝากของนิติบุคคลและประชาชนที่ขณะนี้กำหนดให้อยู่ในระดับ 50 ล้านบาทต่อบัญชีต่อธนาคาร แม้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 กำหนดแนวทางไว้ก่อนหน้านี้ว่าในวันที่ 11 ส.ค. 2555 วงเงินคุ้มครองเงินฝากของประชาชนและนิติบุคคลจะลดลงเหลือ 1 ล้านบาทต่อบัญชีต่อธนาคารก็ตาม
นายกิตติรัตน์ มีความเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการคุ้มครองเงินจากปัจจุบันกำหนดวงเงินไว้ที่ 50 ล้านบาท จึงอยากจะให้ยืนอยู่ในระดับนี้ไปก่อน
“วันนี้โลกกำลังวุ่นๆ กับกรณีหนี้ในยุโรปและยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก เราอย่าไปทำอะไรที่ซับซ้อนเลย โดยเห็นว่าควรจะรักษาความเป็นปกติอย่างที่เคยปฏิบัติไว้ก่อนจะดีกว่า มองว่าเวลานี้ยังคงไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะลดการคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาทต่อบัญชีตามกำหนดเดิม มองว่าการคุ้มครองเงินฝากที่ 50 ล้านบาท จะเป็นผลบวกต่อผู้ฝากเงินมากกว่าการลดเหลือ 1 ล้านบาท” นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ในปัจจุบันสถาบันการเงินของไทยนั้นมีความเข้มแข็งที่ดีพอ ดังนั้นการคุ้มครองเงินที่ระดับสูงที่ 50 ล้านบาทต่อบัญชี ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ส่วนการแก้กฎหมายเพื่อคงการคุ้มครองเงินฝากไว้ในอัตราเดิมก็สามารถทำได้ เพราะที่ผ่านมากฎหมายเปิดกว้างให้สามารถแก้ไขได้
ก่อนหน้านี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ศึกษาแนวทางการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากเสนอไปยังนายกิตติรัตน์ โดยจะให้ลดการคุ้มครองเป็นขั้นบันไดภายใน 3 ปี คือ ลดวงเงินลงจาก 50 ล้านบาท เหลือ 20 ล้านบาท ในวันที่ 11 ส.ค. 2555 จากนั้นจะลดลงเหลือ 10 ล้านบาท ในวันที่ 11 ส.ค. 2556 และสุดท้ายเหลือ 5 ล้านบาท ในวันที่ 11 ส.ค. 2557 เป็นการปรับช่วงเวลาการคุ้มครองเงินฝากจาก 100 ล้านบาท เหลือ 50 ล้านบาท และลดลงเหลือ 1 ล้านบาท ในวันที่ 11 ส.ค. 2555







