posttoday
ชงรัฐลดป่วนสินค้าดันส่งออกชนคู่แข่ง

ชงรัฐลดป่วนสินค้าดันส่งออกชนคู่แข่ง

15 มิถุนายน 2555

ทีดีอาร์ไอแนะรัฐลดแทรกแซงราคาสินค้า เสริมแกร่งแข่งขันตลาดส่งออก

ทีดีอาร์ไอแนะรัฐลดแทรกแซงราคาสินค้า เสริมแกร่งแข่งขันตลาดส่งออก

นางเบญจวรรณ รัตนประยูร ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนา “โครงการจัดทำยุทธศาสตร์รายสินค้าเพื่อเชื่อมโยงตลาดจากภูมิภาคสู่สากล (ระยะที่ 1) ปีงบประมาณ 2555 : เพื่อนำเสนอร่างยุทธศาสตร์รายสินค้า/บริการ” ว่า ได้จ้างให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดทำยุทธศาสตร์ส่งเสริม 4 กลุ่มสินค้าส่งออกหลัก คือ ข้าว ผลไม้ สิ่งทอ และธุรกิจบริการ

ทั้งนี้ ในปี2554 ที่ผ่ามา ประเทศไทยส่งออกข้าวปริมาณ 10.6 ล้านตัน มูลค่าการส่งออกเกือบ 2 แสนล้านบาท ผลไม้(ลำใยและทุเรียน)ส่งออกรวม 8.6 แสนตัน มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท สิ่งทอและเคหะสิ่งทอที่มีการจ้างงาน 1 ใน4 ของการจ้างงานภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด หรือประมาณ 1 ล้านคน มีมูลค่าการส่งออกรวม 1.5 แสนล้านบาทต่อปี และธุรกิจเกี่ยวกับการบริการและท่องเที่ยว ประเทศไทยก็มีศักยภาพพอที่จะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ได้

ดนด้านนายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า สินค้าส่งออกหลักใน 4 รายการ ข้าวไทยมีความท้าทายมากที่สุด ทั้งปริมาณผลผลิตต่อไร่ต่ำ แต่ราคากลับสวนทางแพงขึ้นมาก โดยราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งประมาณ 100 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทำให้การส่งออกข้าวไทยลดลงเรื่อยๆ โดย 4 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.เม.ย.) ไทยส่งออกข้าวลดลงเกือบ 50%

ดังนั้น รัฐบาลควรจะทบทวนและปฏิรูปกฎระเบียบและนโยบายรัฐใหม่ โดยลดผลกระทบจากการแทรกแซงตลาดและสร้างทางเลือกทดแทนเชิงนโยบายเพื่อลดแรงกดดันเรื่องราคา ให้ความสำคัญกับการค้าชายแดนและประโยชน์จากการค้าเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และกำหนดมาตรฐานข้าวไทยให้ตอบสนองความต้องการของตลาดได้

ความท้าทายของการส่งออกข้าวไทยในด้านของปริมาณผลผลิตต่อไร่ที่ลดลงนั้น คาดว่าครึ่งปีแรกของปีนี้ผลผลิตต่อไร่จะอยู่ที่ 326 กก./ไร่ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลผลิตต่อไร่ 394 กก./ไร่ โดยเฉลี่ยผลผลิตข้าวต่อไร่ 10 ปีที่ผ่านมาลดลง 17.26%

ทีดีอาร์ไอได้สรุปยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมโยงตลาดจากภูมิภาคสู่สากลได้ 6 ด้านหลักคือ 1.การเชื่อมโยงตลาดสู่การผลิต โดยการเชื่อมโยงข้อมูลความต้องการของตลาดเก่า/ใหม่ 2.เพิ่มมูลค่าด้วยความหลากหลายและแตกต่าง เพราะต่อไปจะไม่สามารถแข่งขันด้วยราคาได้อีก 3.เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและขยายตลาดทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก 4.สร้างนวัตกรรมและปรับใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น 5.ทบทวนและปฎิรูปกฎระเบียบนโยบายรัฐ และ6.สร้างภาคีเครื่อข่ายเชิงรุกสู่สากล

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง