
ไทยออยล์ควัก4.8หมื่นล้าน
ลงทุน5ปีปรับปรุง‘โรงกลั่น’พร้อมขยายตลาดรับเออีซี
ลงทุน5ปีปรับปรุง‘โรงกลั่น’พร้อมขยายตลาดรับเออีซี
“ไทยออยล์” กางแผนลงทุน 5 ปี 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4.8 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงโรงกลั่น–เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
นายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออยล์ เปิดเผยถึงแผนลงทุนในระยะ 5 ปี (2555-2559) จะใช้งบลงทุน 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท โดยจะนำไปใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมัน กระบวนการผลิตน้ำมันเครื่อง ตลอดจนขยายกำลังการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (เอสพีพี)
ทั้งนี้ เป้าหมายของการลงทุนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ให้มีผลกำไรมากขึ้น ประกอบกับเป็นการเตรียมพร้อมกับเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะทำให้เกิดการรวมตลาดธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีกว้างขึ้น สามารถใช้เป็นโอกาสในการขยายการลงทุนในภูมิภาคนี้ได้
การเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ จะดำเนินการร่วมกับกลุ่มบริษัท ปตท. ซึ่งมีหลายประเทศที่น่าสนใจในอาเซียน ได้แก่ พม่า กัมพูชา อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาลู่ทางการลงทุนในแต่ละประเทศ โดยจะเป็นธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี เป็นต้น
สำหรับทิศทางราคาน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลัง คาดการณ์จะเคลื่อนไหวในกรอบ 100-110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบยังมีความผันผวนจากความกังวลวิกฤตหนี้ยุโรป และปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่มีความแน่นอน ซึ่งระดับราคาน้ำมันจะอยู่เหนือระดับ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลอีกครั้ง จากปัจจุบันที่ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 95 เหรียญสหรัฐ หากกรีซยังอยู่ในสหภาพยุโรปและสามารถหาแนวทางแก้ปัญหาวิกฤตหนี้อย่างเป็นรูปธรรม
“เมื่อประมวลทิศทางราคาน้ำมันในปีนี้ เฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ระดับ 107 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยช่วงไตรมาส 2 ของปีราคาน้ำมันลดลงมาจากไตรมาสแรก ผลจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรป เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนก็ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งมีโอกาสจะขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันบ้าง” นายวีรศักดิ์ กล่าว
กรณีที่สำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติขององค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาประกาศว่า ควันไอเสียจากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นสารก่อมะเร็ง พร้อมกับแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสูดดมสารพิษชนิดดังกล่าวนั้น ในส่วนของโรงกลั่นน้ำมันไทยได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มานานแล้ว โดยปรับมาตรฐานการผลิตน้ำมันและเป็นประเทศอันดับต้นๆ ของเอเชียที่ดำเนินการอย่างจริงจัง ซึ่งแต่ละโรงกลั่นมีการลงทุนสูงตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะมาตรฐานยูโร 4 ในการปล่อยมลพิษต่ำ ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555
ทั้งนี้ สิ่งที่องค์การอนามัยโลกออกมาเตือน เป็นกรณีที่มีการสูดดมเข้าไปจำนวนมากๆ ย่อมทำให้เกิดอันตรายแน่นอน คงต้องไปตรวจสอบรายงานดังกล่าว ว่าสูดดมในระดับใด จึงจะทำให้เกิดโรคมะเร็ง







