posttoday
"วิน อุดเมรัชตวนิชย์" ผู้นำ บลจ.วรรณ คนใหม่

"วิน อุดเมรัชตวนิชย์" ผู้นำ บลจ.วรรณ คนใหม่

15 มิถุนายน 2555

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

หลังจากเข้ามารับตำแหน่ง “ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน” บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็เข้าตาผู้ถือหุ้นและไว้วางใจให้นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2555 โดยยังคงทำหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน (CIO) และดูแลด้านการตลาดควบคู่ไปด้วย

“วิน” แถลงข่าวเปิดตัวเป็นครั้งแรกหลังเข้ามารับตำแหน่งในฐานะผู้นำคนใหม่ โดยชูจุดเด่นของ บลจ.วรรณ คือ สามารถบริหารจัดการกองทุน ทั้งแบบ Active (เชิงรุก) และ Passive (เชิงรับ) ได้ดี ทำให้ตั้งเป้าหมายที่จะทำให้กองทุนทั้งสองรูปแบบเติบโตไปพร้อมๆ กัน

“กองทุนแบบ Active ไม่ได้เน้นที่จะต้องมีผลตอบแทนเป็นอันดับ 1 แต่ต้องการให้มีผลดำเนินงานที่ดีอย่างสม่ำเสมอและอยู่ในอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมในระยะยาว ในขณะที่กองทุนแบบ Passive หรืออีทีเอฟเราถือเป็นเจ้าตลาด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 65% ของอุตสาหกรรม” วิน กล่าว

พร้อมกันนี้ ในปีนี้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) จาก 6.6 หมื่นล้านบาท ในสิ้นเดือน เม.ย. ให้เพิ่มเป็น 7.1-7.3 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้าจะสามารถเพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาทได้

“เราไม่ได้มุ่งเน้นการเติบโตของเอยูเอ็มเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเน้นคุณภาพลูกค้าและสินทรัพย์ โดยมีกองทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนในระยะยาว และความท้าทายของ บลจ.วรรณ คือ เป็น บลจ.ที่ไม่มีธนาคารเป็นผู้ถือหุ้น จึงมีข้อจำกัดด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ทำให้ต้องสร้างจุดเด่น และเพิ่มช่องทาง” วิน กล่าว

ขณะเดียวกัน บลจ.วรรณ ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงเว็บไซต์และคาดว่าจะเปิดตัวได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งในปัจจุบัน บลจ.วรรณ ให้คำแนะนำในการจัดพอร์ตลงทุนและปรับปรุงให้เป็นไปตามภาวะตลาด และพร้อมศึกษาการซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านช่องทางสมาร์ตโฟนอีกด้วย

พร้อมกันนี้ บลจ.วรรณ เปิดตัวกองทุนเปิดวรรณ เฟล็กซิเบิ้ล แอ็คทีฟ ฟันด์ ซึ่งเป็นกองทุนผสมที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ แต่เพิ่มผลตอบแทนโดยการลงทุนหุ้นแบบระยะสั้น ในหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานและมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มอาหาร โรงพยาบาล พลังงาน และสินค้าเกษตร โดยกองทุนมีอายุ 4 เดือน และคาดหวังผลตอบแทน 35%

“ในช่วง 4 เดือนนับจากนี้ ตลาดจะมีความผันผวน โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 1,080-1,160 จุด เพราะฉะนั้นกลยุทธ์การลงทุนในรูปแบบนี้จึงมีความเหมาะสมกับภาวะตลาดปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม กองทุนนี้ไม่เหมาะกับคนที่อยากเล่นหุ้น แต่จะเหมาะกับคนที่ต้องการผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้” วิน กล่าว

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นและลงอย่างรุนแรงได้ทั้งสองทาง เนื่องจากตลาดกำลังรอข่าว 3-4 เรื่อง ได้แก่ ผลการเลือกตั้งของกรีซ ในวันที่ 17 มิ.ย. มาตรการช่วยเหลือต่างๆ ในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ในวันที่ 20 มิ.ย. และการประชุมกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้

หากปัจจัยต่างๆ ออกมาเป็นบวก โอกาสที่ดัชนีจะขึ้นสู่เป้าหมาย 1,290 จุดภายในเวลาสั้นๆ ก็เป็นไปได้มาก แต่ถ้าทุกอย่างเป็นข่าวร้ายทั้งหมด ดัชนีก็มีโอกาสลดลงได้อีก 15% จากปัจจุบันหรืออาจลงไปแถวๆ 980 จุด แต่โอกาสเกิดข่าวลบทุกอย่างมีน้อยมาก หรือโอกาสแค่ 10% ที่จะเกิดขึ้น เพราะมองว่ากรีซคงไม่ออกจากกลุ่มยูโรและไม่ว่าพรรคไหนจะชนะเลือกตั้ง คาดว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือจากธนาคารกลางยุโรปทั้งนั้น

นอกจากนี้ มองว่าในช่วงไตรมาส 23 นี้ เงินลงทุนจากต่างชาติจะกดดันตลาดหุ้นไทย เพราะยอดซื้อสุทธิของต่างชาติมียอดอยู่ 7 หมื่นล้านบาท จึงมีโอกาสที่จะไหลออกไปได้อีกแต่คงไม่มาก เพราะตลาดหุ้นไทยแม้อัตราส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 11 เท่า ถือว่าแพงเมื่อเทียบอดีต แต่ยังถูกเมื่อเทียบตลาดหุ้นมาเลเซียและสิงคโปร์ ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เติบโตประมาณ 57% ออกมาดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ปัจจัยลบที่ยังกังวล คือ เศรษฐกิจจีนอาจชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้ จีดีพีอาจโต 7% เนื่องจากจีนเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกประเทศพัฒนาแล้วอย่างยุโรปและสหรัฐ และไทยก็น่าจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของจีนตามไปด้วย ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่า จนถึงสิ้นปีนี้น่าจะนิ่งอยู่ที่ 3% และอาจปรับลดลงอีกครั้งประมาณปลายปี เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่มองว่าลดลงแล้ว เพราะเงินเฟ้อในปีนี้จะลดลงเหลือ 3.2% จากเดิมที่มองไว้ 3.5% จากราคาพลังงานและอาหารลดลง เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง

สำหรับทองคำและน้ำมัน “วิน” มองว่า ราคาทองคำน่าจะอยู่ในกรอบ 1,520-1,680 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ส่วนน้ำมันปัจจุบันราคาย่อตัวลงมาและเป็นโอกาสในการซื้อเพื่อเก็งกำไรเป็นรอบๆ โดยมองกรอบราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 95-125 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนน้ำมัน WTI อยู่ที่ 80-110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ของอิหร่านเริ่มมีปัญหาเพิ่มขึ้น ซึ่งหากไม่มีปัญหายุโรปที่นักลงทุนกำลังเฝ้าดูอยู่นั้น ราคาน้ำมันก็น่าจะกลับมาสร้างความกังวลได้อีก

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล