
อีทีเอฟอิงหุ้นต่างประเทศรุ่ง
เพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนไทยเคจีไอคุมอ้างอิงฮั่งเส็งพีอีต่ำ
เพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนไทยเคจีไอคุมอ้างอิงฮั่งเส็งพีอีต่ำ
เคจีไอมองอีทีเอฟอ้างอิงฮั่งเส็ง เป็นทางเลือกลงทุนในช่วงหุ้นไทยผันผวน มีความเสี่ยงจากประเด็นทางการเมือง
นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) หรือ KGI เปิดเผยว่า ทิศทางการออกอีทีเอฟขณะนี้เป็นการนำดัชนีหุ้นต่างประเทศเป็นสินค้าอ้างอิง เพื่อเสนอขายให้กับผู้ลงทุนไทยมากกว่าจะนำดัชนีหุ้นของไทยไปจัดทำเป็นอีทีเอฟ เพื่อนำไปเสนอขายในตลาดหุ้นต่างประเทศ
สาเหตุเพราะปัจจุบันนี้ เมื่อนักลงทุนต่างประเทศต้องการลงทุนในหุ้นไทยมีช่องทางให้สามารถลงทุนได้อยู่แล้ว ทำให้ไม่ค่อยให้ความสนใจอีทีเอฟอ้างอิงหุ้นไทยแล้วนำไปซื้อขายในต่างประเทศ ขณะที่ผู้ลงทุนไทยเองมีข้อจำกัดไม่สามารถไปลงทุนได้ในต่างประเทศโดยตรง
สำหรับดัชนีหุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจจะนำมาใช้เป็นสินค้าอ้างอิงในการออกอีทีเอฟ คงเป็นตลาดหุ้นโซนเอเชีย เพราะไม่มีปัญหาทางด้านเวลา
นายเจนวิทย์ กล่าวว่า ล่าสุดเคจีไอได้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสภาพคล่องให้กับกองทุนเปิดเคแทม ฮ่องกง อีทีเอฟ แทร็กเกอร์ (KTAM HongKong ETF Tracker) ซึ่งออกโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนกรุงไทย และจะเปิดให้ซื้อขายในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ และมองว่าออกมาในจังหวะเหมาะสม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนไทย เพราะอีทีเอฟดังกล่าวจะให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีฮั่งเส็ง
หากนักลงทุนมีมุมมองว่าหุ้นเอเชียยังปรับตัวได้ดีอยู่ และมีข้อกังวลเกี่ยวกับประเด็นการเมืองในประเทศ อีทีเอฟอ้างอิงหุ้นต่างประเทศน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะอ้างอิงดัชนีหุ้นฮั่งเส็ง เพราะอัตราราคากับกำไรสุทธิ (พีอี) อยู่ที่ 9.5 เท่า เทียบกับตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ระดับ 1314 เท่า
นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นฮั่งเส็งประกอบไปด้วยหุ้น 48 ตัว ซึ่งน้ำหนักของดัชนีจะถูกถ่วงด้วยหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับดัชนีหุ้น SET50 ของตลาดหุ้นไทย ประกอบไปด้วยหุ้นจำนวน 50 ตัว และน้ำหนักส่วนใหญ่จะถูกถ่วงอยู่ในกลุ่มหุ้นพลังงาน ดังนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของนักลงทุน
สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้อัตราพีอีของดัชนีฮั่งเส็งอยู่ในระดับต่ำกว่าดัชนีหุ้นไทย อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจของฮ่องกงมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรปมากกว่า เมื่อวิกฤตยุโรปทวีความรุนแรงจึงได้สะท้อนออกมายังราคาหุ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ลงทุนว่าจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหรือไม่
ทั้งนี้ เคจีไอออกใบสำคัญแสดงสิทธิอ้างอิงอนุพันธ์ (DW) 10 รุ่น แบ่งเป็นสิทธิในการซื้อ (Call) 7 รุ่น และสิทธิในการขาย (Put) 3 รุ่น เริ่มให้ซื้อขายภายในเดือน มิ.ย.นี้







