posttoday
ซิโนไทยมีกลยุทธ์เด็ด

ซิโนไทยมีกลยุทธ์เด็ด

15 มิถุนายน 2555

มีเงินซื้อเหล็กตุนรับงานใหญ่ฝ่าต้นทุนสูงแบ็กล็อกกินยาว

มีเงินซื้อเหล็กตุนรับงานใหญ่ฝ่าต้นทุนสูงแบ็กล็อกกินยาว

STEC เน้นกลยุทธ์ตุนเงินสดเยอะ ซื้อเหล็กราคาถูกเก็บไว้ มีศักยภาพรับงานสูง อัตรากำไรสุทธิเท่าปีก่อน 6% แบ็กล็อกกินยาวถึงปีหน้า

นายวัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทยังคงเน้นการใช้กลยุทธ์ตุนเงินสดในมือให้มากที่สุด เพราะทำให้บริษัทมีศักยภาพในการรับงานและเป็นที่ไว้วางใจจากเจ้าของโครงการ เนื่องจากมีสภาพคล่องในการดำเนินการก่อสร้าง ที่สำคัญจะทำให้บริษัทมีความพร้อมในการซื้อวัสดุก่อสร้างได้ทันเวลาเมื่อราคาปรับตัวลง เช่น ราคาเหล็กลงบริษัทก็จะซื้อเก็บสต๊อกไว้

“เรามีเงินสดมากทำให้มีต้นทุนที่ถูกกว่าบริษัทอื่น มีอำนาจต่อรองกับผู้ขายได้มากขึ้น เวลานี้บริษัทรับเหมาเจอปัญหาเดียวกันคือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่อยู่ที่ว่าใครจะสามารถบริหารต้นทุนได้ดีกว่าเท่านั้น” นายวัลลภ กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อสิ้นไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทมีเงินสด 5,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนมีกว่า 2,000 ล้านบาท

เรื่องค่าจ้างที่ปรับขึ้น หรือการขาดแคลนแรงงานบริษัทก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้กังวลเพราะบริษัทมีการบริหารจัดการในส่วนอื่นแทน เช่น การรับงานโครงการใหญ่ที่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น และรัฐยังมีการลดภาษีนิติบุคคลลงก็จะเป็นปัจจัยเสริมที่ดี

เป้าหมายผลประกอบการปีนี้ ยังมีมุมมองเช่นเดิมที่คาดว่า ทั้งปีจะมีรายได้ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งมากกว่าปีก่อนที่ทำได้ในระดับ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท โดยทั้งหมดนี้เป็นงานที่รับรู้จากงานที่มีอยู่ในมือ (แบ็กล็อก) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4.8 หมื่นล้านบาท เทียบกับปีก่อนมีแบ็กล็อกเพียง 2.8 หมื่นล้านบาท

“แบ็กล็อกที่มีอยู่ ทำให้เราไม่ห่วงผลประกอบการยาวไปถึงปี 2556 แต่โดยทั่วไปการที่มีแบ็กล็อกมากไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าจะมีผลประกอบการที่ดี แต่ STEC เป็นบริษัทที่มีแบ็กล็อกมากและสามารถทำให้มีกำไรจากการดำเนินงานได้สำคัญกว่า โดยปีนี้บริษัทเน้นการรักษาอัตรากำไรสุทธิให้เท่ากับปีก่อนที่ทำได้ 6% แต่จะมากกว่านั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการบริหารต้นทุนและปริมาณแบ็กล็อกที่ทำได้มากขึ้น” นายวัลลภ กล่าว

สำหรับผลงานไตรมาส 2 การรักษาผลประกอบการให้ไม่ต่ำกว่าไตรมาสแรกก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เพราะไตรมาส 2 นี้ทั้งอุตสาหกรรมโดนปัจจัยเรื่องค่าจ้างขึ้นกันหมด ซึ่งบริษัทมีต้นทุนแรงงานเป็น 10% ของต้นทุนทั้งหมด โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 4,315 บาท และกำไรสุทธิ 301 ล้านบาท

กรรมการผู้จัดการ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทมีงานทั้งภาครัฐและเอกชนสัดส่วนเท่ากันอย่างละครึ่ง และเชื่อว่าครึ่งปีหลังจะมีงานประมูลจากหน่วยงานภาครัฐเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันเริ่มเห็นหน่วยงานรัฐให้ประมูลโครงการเพิ่ม เช่น งานก่อสร้างจากกรมทางหลวง ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีทั้งอุตสาหกรรม เพราะรัฐบาลมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

ทั้งนี้ กรณีที่หลายคนมองว่า STEC เป็นบริษัทที่ไม่ได้เป็นฝ่ายเดียวกับรัฐบาล แต่อยากให้มองว่าในด้านธุรกิจเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทจะไม่มีใครจ้างงานก่อสร้างโครงการใหม่ ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็ร่วมงานประมูลกับบริษัทอื่น และเป็นเรื่องปกติที่ได้งานบ้าง ไม่ได้บ้าง

ด้านราคาหุ้น STEC ลดลง 0.30 บาท หรือ 2.21% ปิดที่ระดับ 13.30 บาท ปรับตัวลงตามภาพรวมตลาด ที่ดัชนีหุ้นปิดที่ 1,153.01 จุด ติดลบ 5.21 จุด มูลค่าการซื้อขายบางตา 26,736.59 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายอีก 1,463 ล้านบาท ส่วนสถาบันในประเทศซื้อต่อ 1,020 ล้านบาท และรายย่อยเก็บ 786 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน