
ฟิลิปส์ชูสินค้านวัตกรรม
บุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก
บุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก
รับคนอยู่นอกบ้านถึง49%โพสต์ทูเดย์ ฟิลิปส์ ชี้พฤติกรรมคนไทยใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น เดินหน้าบุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก มั่นใจปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 12%
น.ส.สิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ไลฟ์สไตล์ บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็ก ทรอนิกส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทยในปัจจุบันพบว่าใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากขึ้นถึง 49% จึงต้องมีการผลิตสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กให้เหมาะกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใส่นวัตกรรมลงไปในสินค้ามากขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รายการ ได้แก่ เตารีดระบบแรงดันไอน้ำ Perfect Care และเครื่องสกัดน้ำผลไม้ Philips Avance
สำหรับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเตารีดนั้นมีมูลค่า 1,400 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 12% แบ่งเป็นเตารีดแบบแห้ง 30% เตารีดแบบสตีม 40% และแบบแรงดัน 30% ขณะที่ยอดขายสินค้าในกลุ่มเตารีดนั้น บริษัทคาดว่าปีนี้จะเติบโตตามตลาดเช่นกันที่ 12%
“ในประเทศไทยเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเตารีดนั้น ฟิลิปส์ถือว่าเป็นผู้นำในตลาดติดต่อกันมานานถึง 8 ปี ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2547 และมั่นใจว่าจะยังครองแชมป์ต่อไป เนื่องจากได้ออกผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมอย่างเช่นเตารีด รุ่น Perfect Care ที่สามารถปรับความร้อนได้อัตโนมัติตามประเภทเนื้อผ้า และไม่ทำให้ผ้าที่รีดอยู่ไหม้” น.ส.สิริวรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สินค้าประเภทเตารีดกลุ่มแรงดัน ปัจจุบันมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 7,900-2 หมื่นกว่าบาท และมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ จนแซงหน้าเตารีดแบบไอน้ำที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ 40%
ทางด้านตลาดหม้อหุงข้าวนั้น มีมูลค่า 2,600 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% เนื่องจากได้อานิสงส์จากภาวะน้ำท่วม ขณะที่ตลาดอุปกรณ์เตรียมอาหารนั้นมีมูลค่า 950 ล้านบาท เติบโตขึ้นเพียง 3%
สำหรับสินค้าหมวดภาพและเสียง ผลิตภัณฑ์ประเภทหูฟังและลำโพงขนาดเล็กนั้น มีการเติบโตสูง เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการเปิดตัวโทรศัพท์สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่อย่างไอโฟนที่มาช่วยกระตุ้นตลาด
น.ส.สิริวรรณ กล่าวถึงรูปแบบการทำตลาดของฟิลิปส์นั้น จะเน้นการโรดโชว์ ขายสินค้าผ่านห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าเห็นถึงความสะดวกในการใช้งาน ขณะที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นั้น เชื่อว่าจะทำให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเติบโตขึ้นอีก เนื่องจากภาษีนำเข้าของสินค้าทั้งหมดจะกลายเป็นศูนย์







