
สั่งรวมตั๋วบี/อีเข้าเงินฝากช่วยผู้บริโภค
ธปท.สั่งธนาคารพาณิชย์นับวงเงินตั๋วบี/อีรวมในฐานเงินฝาก จากเดิมที่ไม่เคยกำหนด มีผลตั้งแต่ 11 มิ.ย.
ธปท.สั่งธนาคารพาณิชย์นับวงเงินตั๋วบี/อีรวมในฐานเงินฝาก จากเดิมที่ไม่เคยกำหนด มีผลตั้งแต่ 11 มิ.ย.
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ใหม่ โดยให้ธนาคารพาณิชย์นับรวมการกู้ยืมเงินจากการออกตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน (ตั๋วบี/อี) ที่ต้องคำนวณอัตราส่วนการสำรองไม่ต่ำกว่า 6% ของฐานเงินฝากด้วย จากเดิมที่กำหนดให้ไม่ต้องนับรวมตั๋วบี/อี โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.ปีนี้เป็นต้นไป
สาเหตุที่ ธปท.กำหนดให้นับรวมตั๋วบี/อีมาคำนวณการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง ก็เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของหลักเกณฑ์การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง ที่ต้องการให้ธนาคารพาณิชย์มีสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรองรับการไหลออกของแหล่งเงินจากประชาชนที่อยู่ในรูปเงินฝากและเงินกู้ยืม
แหล่งข่าว ธปท. เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องนับตั๋วบี/อีที่ธนาคารออกกู้กับประชาชน แต่ยังไม่นับรวมตั๋วที่ธนาคารออกกู้กับสถาบันการเงินด้วยกันนั้น เพราะว่าไม่ต้องการให้ธนาคารเลี่ยงเงินนำส่ง 0.1% ที่จะเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และเงินนำส่ง 0.46% ที่จะนำไปให้กองทุนฟื้นฟูฯ นำไปใช้หนี้ลดลง เนื่องจากอาจจะทำให้เงินที่เก็บได้ไม่พอชำระหนี้ในแต่ละงวด รวมทั้งต้องการดูแลผู้บริโภคที่ซื้อตั๋วบี/อี แต่ไม่ได้รับการคุ้มครองให้ได้รับการคุ้มครองเงินฝากด้วย







