
จัดระเบียบ‘แบงก์แอสชัวรันส์’
ธปท.วางเกณฑ์ดูแลผู้บริโภคเริ่มตั้งแต่ก่อนยันหลังการขาย
ธปท.วางเกณฑ์ดูแลผู้บริโภคเริ่มตั้งแต่ก่อนยันหลังการขาย
ธปท.ขยับระเบียบแบงก์แอสชัวรันส์ เน้นดูแลผู้บริโภคตั้งแต่ต้นยันหลังการขาย
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีเลขาธิการ คปภ.ร่วมเป็นกรรมการด้วย กำลังอยู่ระหว่างวางแนวทางการให้บริการสินค้าทางการเงินที่ขายอยู่ตามสาขาของธนาคารพาณิชย์ใหม่ โดยเฉพาะการขายประกัน หรือแบงก์แอสชัวรันส์
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการขายและมีมาตรการดูแลผู้บริโภคมากขึ้น โดยเบื้องต้นได้วางแนวทางออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกที่เริ่มตั้งแต่ก่อนการขายว่าต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เช่น การขึ้นทะเบียนหรือแยกสินค้า
ส่วนที่ 2 เป็นการดูแลเรื่องการขาย ที่ต้องมีจุดบริการด้านการขายในสาขาธนาคารชัดเจน ต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจว่าสินค้ามีความเสี่ยงที่จะรับได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งอาจใช้รูปแบบเดียวกับสินค้าตลาดทุน
สำหรับขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นเรื่องของการดูแลหลังการขายว่า ธนาคารต้องทำอย่างไรบ้าง เช่น การกำหนดให้มีเรื่องของระยะเวลาการบอกยกเลิกกรมธรรม์ที่ชัดเจน
“ต่อไปเราจะดูแลคุ้มครองลูกค้าที่ซื้อประกันในแบงก์มากขึ้น ซึ่งต้องมีจุดขาย มีตัวแทนที่มีใบอนุญาตชัดเจน ไม่ใช่ใครจะมาขายหรือขายตรงไหนก็ได้ คาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานถึงออกระเบียบมาได้ และยังรองรับการเปิดเสรีที่จะมีขึ้นด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับสภาพการตลาดปัจจุบันที่แบงก์แอสชัวรันส์เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายประเวช กล่าว
นอกจากนี้ คปภ.ยังอยู่ระหว่างจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจประกันภัย หรือโรดแมปใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดเสรี โดย คปภ.จะยืดเวลาการเปิดเสรีเป็นปี 2558 แทนการเปิดเสรีเต็มตัวในปี 2563 เพราะอาจช้าเกินไปหากรอให้ถึงปี 2563 ในขณะที่ประเทศอาเซียนเปิดเสรีไปแล้วในปี 2558 ซึ่งหาก คปภ.ไม่ทำอะไรเลย ก็อาจทำให้ธุรกิจประกันภัยของไทยไม่สามารถแข่งขันได้
อย่างไรก็ตาม คาดว่าแผนเส้นทางสู่การเปิดเสรีจะแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจได้มีการเตรียมตัว และรู้ว่าธุรกิจต้องปรับตัวทำอะไรบ้าง โดยแผนนี้จะมีความชัดเจนและมีขั้นตอนแน่นอนเช่น ภายในปี 2556 ถึง 2557 ธุรกิจต้องเตรียมตัวหรือต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงมีการประเมินผลออกมาว่าต้องปรับปรุงอะไรอีก และเมื่อถึงปี 2558 ธุรกิจประกันภัยของไทยก็จะมีความพร้อมในการแข่งขันได้







