
ยุคนวัตกรรมพลิกโลกธุรกิจไทยต้องปรับให้ทัน
ยุคนวัตกรรมพลิกโลก: ธุรกิจไทยต้องปรับตัวให้ทัน
ยุคนวัตกรรมพลิกโลก: ธุรกิจไทยต้องปรับตัวให้ทัน
ปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า นวัตกรรม (Innovation) เป็นกุญแจดอกสำคัญ (Key Success Factor) ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจทั้งรายเล็กรายใหญ่ เนื่องจากนวัตกรรมจะช่วยให้ธุรกิจมีความสามารถในการปรับตัว หรือเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่น (Flexibility) เพื่อรองรับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเทคโนโลยี การแข่งขัน ความต้องการของลูกค้า กฎระเบียบภาครัฐ และการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมากในปัจจุบัน
นวัตกรรมมีหลายประเภทด้วยกัน พอจำแนกได้ดังต่อไปนี้ นวัตกรรมพลิกโลก (Disruptive Innovation) นวัตกรรมเชิงประยุกต์ (Application Innovation) นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) นวัตกรรมด้านกระบวนการ (Process Innovation) นวัตกรรมด้านการตลาด (Marketing Innovation) นวัตกรรมด้านรูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business Model Innovation) และนวัตกรรมเชิงโครงสร้าง (Structural Innovation)
สำหรับวันนี้ผมจะกล่าวถึงเพียงนวัตกรรมพลิกโลก (Disruptive Innovation) โดยนวัตกรรมที่จัดอยู่ในประเภทนี้จะต้องเป็นนวัตกรรมที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬาร ทั้งในด้านการทำให้เกิดตลาดใหม่ เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจรูปแบบใหม่ เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นการทดแทนของเก่า เช่น เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ สมาร์ตโฟน ฯลฯ โดยจะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยังยืนและถาวร
จากการเกิดขึ้นของนวัตกรรมพลิกโลกในปัจจุบัน อาทิ สมาร์ตโฟน สมาร์ตทีวี อินเทอร์เน็ต เป็นต้น จึงเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคต่อธุรกิจไทยที่จะต้องเตรียมความพร้อมรองรับความสามารถในการเข้าถึงสื่อออนไลน์ ทั้งในด้านช่องทางรูปแบบและคุณภาพ มีการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งในเชิงพื้นที่ อาชีพ เพศ และอายุ ต้องมีความเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของธุรกิจ และผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ต่อไปนี้จะมีประเด็นในด้านความเสี่ยงต่อกฎหมายเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
นอกจากนั้น การให้บริการของผลิตภัณฑ์จะเป็นการผสมผสานทั้งด้านกายภาพ (Physical) และคุณลักษณะดิจิตอล (Digital) และจะต้องดำเนินธุรกิจสอดรับกับนโยบายภาครัฐยุคที่มี กสทช. หรือยุคหลอมรวมสื่อทุกช่องทางเข้าด้วยกัน
จากข้อมูลบ่งชี้ว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคนวัตกรรมพลิกโลกทางด้านดิจิตอลแล้ว เนื่องจากจำนวนประชากร 68 ล้านคน เรามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสูงถึง 54 ล้านคน มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือถึง 68 ล้านเครื่อง และมีผู้ใช้สมาร์ตโฟนสูงถึง 37 ล้านเครื่อง ดังนั้น สื่อออนไลน์กำลังกลายเป็นสื่อหลัก โดยมีสมาร์ตโฟนและ 3G เป็นช่องทางหลัก
นวัตกรรมอุปกรณ์ของธุรกิจในปัจจุบันยังแข่งกันที่ความง่ายในการใช้งาน (Ease of Use) โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้ ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ คนสูงอายุ ทารก หรือคนไม่มีการศึกษา ก็สามารถใช้ได้หมด นอกจากนี้ คุณสมบัติประการสำคัญที่ขาดไม่ได้ของอุปกรณ์ในยุคนี้เป็นเทคโนโลยีไร้สาย (Wireless) ตลอดจนการรองรับเทคโนโลยียุคอนาคต ทั้ง 3G, 4G, WiFi หรือ WiMax เป็นต้น
โดยสมาร์ตโฟนในปัจจุบันมีความอัจฉริยะมากกว่าโทรศัพท์มือถือธรรมดา ทั้งในด้านความสามารถในการค้นหาที่ดีกว่าถึง 50 เท่า มีพื้นที่ข้อมูลรองรับมากกว่า 30 เท่า มี App Store มี Location & Motion Sensory รองรับ 2G, 3G หรือ WiFi
ในขณะที่ IPADS ใช้สูตรสำเร็จเดียวกับ iPhones มีระบบปฏิบัติการ (Operating System) เดียวกัน มี App Stores เดียวกัน มี Features เหมือนกัน นอกจากนั้นจากข้อมูลยังพบว่า Tablets จะมีขายดีกว่าทั้ง Desktops และ Netbooks
นวัตกรรมยุคใหม่นี้ยังมีคุณลักษณะพิเศษในการหลอมรวมสื่อดั้งเดิม (Traditional Media) และสื่อสมัยใหม่ (Digital Media) ผ่านช่องทาง Internet, Web 2.0 และ Social Media โดยสมาร์ตโฟนจะหลอมรวมสื่อแบบ Handheld ในขณะที่สมาร์ตทีวีจะหลอมรวมสื่อแบบ Living Room
การใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ 3 จอ (3 Screen Marketing) ที่ทีวี คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ แต่ละสื่อจะหลอมรวมผสมผสานระหว่าง 3 จอ ซึ่งเป็นโอกาสของคนรุ่นใหม่ เพื่อช่วงชิงตลาดโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ที่มีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท
ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้สื่อดิจิตอลจะเข้ามาทดแทนสื่อดั้งเดิม อาทิ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ โดยอาชีพนักการตลาดดิจิตอลจะเป็นที่นิยมมากขึ้น และจะได้งบโฆษณามหาศาลจากสื่อดั้งเดิม ด้วยคุณสมบัติพิเศษของสื่อดิจิตอลในด้านการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่สูงขึ้นต่อผู้บริโภค
ในอนาคตจะเป็นยุคของการแข่งขันที่มุ่งเน้นผลิตคอนเทนต์ทางด้านวัฒนธรรม คอนเทนต์ที่เกี่ยวกับชุมชน รวมไปถึงสินค้าและบริการที่ต้องการ Local Celebs มากขึ้น







