
มองอันดับความน่าเชื่อถือผ่านการจัดการวัตถุดิบ
โดย...สมาคมบริษัทจัดการลงทุน
โดย...สมาคมบริษัทจัดการลงทุน
บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือนอกจากจะประเมินความสามารถในการแข่งขันของบริษัทที่จะถูกจัดอันดับเครดิต โดยพิจารณาจากความพร้อมของสถานที่ประกอบการและโรงงานแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญก็คือ วัตถุดิบ (Materials) ในการผลิต
วัตถุดิบเป็นส่วนประกอบสำคัญของการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งต้นทุนที่เกี่ยวกับการใช้วัตถุดิบในการผลิตสินค้าโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
วัตถุดิบทางตรง (Direct Materials) ให้ลองนึกถึงวัตถุดิบหลักๆ หรือวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตสินค้าชนิดนั้นๆ ซึ่งสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า ใช้ในการผลิตให้เป็นสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น การผลิตเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งไม้แปรรูปจะถูกจัดเป็นวัตถุดิบทางตรง หรืออย่างผ้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ก็เป็นวัตถุดิบทางตรง ยางดิบที่ใช้ในการผลิตยางรถยนต์ แร่เหล็กที่ใช้ในอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก กระดาษที่ใช้ในธุรกิจสิ่งพิมพ์ ก็เป็นวัตถุดิบทางตรงเช่นกัน เป็นต้น
วัตถุดิบทางอ้อม (Indirect Materials) ให้ลองนึกถึงวัตถุดิบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางอ้อมกับการผลิตสินค้า แต่ไม่ใช่วัตถุดิบหลักหรือวัตถุดิบส่วนใหญ่ เช่น ตะปู กาว กระดาษทรายที่ใช้เป็นส่วนประกอบของการทำเครื่องหนังหรือเฟอร์นิเจอร์ น้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักร เส้นด้ายที่ใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นต้น โดยปกติแล้ววัตถุดิบทางอ้อมอาจจะถูกเรียกว่า “วัสดุโรงงาน” ซึ่งจะถือเป็นค่าใช้จ่ายการผลิตชนิดหนึ่ง
วัตถุดิบทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นส่วนสำคัญในการผลิตสินค้า หากบริษัทไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบได้ หรือมีวัตถุดิบไม่เพียงพอในการผลิต แน่นอนว่าจะกระทบต่อยอดขายและกำไรของบริษัท ดังนั้นความเพียงพอของวัตถุดิบจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้หรือไม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาวัตถุดิบที่หายาก หรือวัตถุดิบที่ใช้แล้วหมดไป เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ น้ำมัน หรือป่าไม้ การมีแหล่งวัตถุดิบที่แน่นอนหรือมีสัญญาการจัดซื้อวัตถุดิบที่เป็นสัญญาระยะยาว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในแง่ของการขาดแคลนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตได้ในระดับหนึ่ง
ในเรื่องของการเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย จะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัท หากบริษัทไม่สามารถปรับเพิ่มราคาสินค้าได้ตามต้นทุนวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ธุรกิจผลิตข้าวถุง ซึ่งวัตถุดิบคือข้าว โดยเราทราบกันดีว่าราคาข้าวนั้นเปลี่ยนแปลงขึ้นลงมากในแต่ละช่วงเวลา ประกอบกับข้าวเป็นสินค้าจำเป็นที่ภาครัฐมีการควบคุมราคา ดังนั้นการปรับราคาขายข้าวถุงเพื่อรักษาอัตรากำไรนั้นในบางช่วงเวลาทำได้ยาก ดังนั้นบริษัทก็ควรมีการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาของวัตถุดิบในการผลิต โดยอาจทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่ค้า หรือซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการกำหนดมาตรฐานของแต่ละสินค้าไว้) ก็จะช่วยในแง่ของการควบคุมต้นทุนไม่ให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินไปและรักษาระดับอัตรากำไรได้
นอกจากต้องคำนึงถึงความเพียงพอของวัตถุดิบในการผลิตและการควบคุมราคาของวัตถุดิบแล้ว ยังมีการพิจารณาว่าบริษัทมีการวางแผนการจัดสรรวัตถุดิบ (Material Resource Planning : MRP) หรือไม่อย่างไร โดย MRP เป็นเทคนิคการวางแผนและการจัดหาวัตถุดิบชนิดต่างๆ ที่จะใช้ในการผลิต โดยระบบการวางแผนการจัดสรรวัตถุดิบ จะมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการวางแผนควบคุมการสั่งซื้อ การส่งมอบสินค้า สินค้าคงคลัง รวมทั้งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต และชิ้นส่วนที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการผลิต โดยจะได้นำข้อมูลไปวิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อดูว่าบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ชิ้นส่วน หรือวัตถุดิบชนิดใดบ้าง จากนั้นก็จะมาพิจารณาว่าบริษัทมีความจำเป็นต้องสั่งของเพิ่มหรือไม่ จำนวนเท่าใด และต้องทำการสั่งอย่างช้าที่สุดวันไหน เพื่อจะได้มีของมาใช้งานในกระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น หากบริษัทที่จะถูกประเมินอันดับความน่าเชื่อถือมีการจัดการเรื่องวัตถุดิบที่ดีทั้งมีความเพียงพอต่อการผลิต สามารถควบคุมราคาหรือประมาณต้นทุนได้ มีการจัดสรรวัตถุดิบ จัดสรรวัตถุดิบคงคลังเพื่อให้กระบวนการผลิตมีความต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพ ก็จะได้ระดับคะแนนเป็นบวกต่ออันดับเครดิตของบริษัทครับ
แล้วมาพบกันต่อกับที่มาที่ไปก่อนจะเป็นอันดับความน่าเชื่อถือนะครับ







