
โผหุ้นได้ดีดอกเบี้ยต่ำ
ธนชาตชี้ลง0.25%ไตรมาส3หุ้นทองน้ำมันรอเงินอัดฉีด
ธนชาตชี้ลง0.25%ไตรมาส3หุ้นทองน้ำมันรอเงินอัดฉีด
โบรกเกอร์ชี้แนวโน้มดอกเบี้ยมีโอกาสต่ำลงถึงสิ้นปี รับมือวิกฤตยุโรป หนุนหุ้นแบงก์อสังหาริมทรัพย์เช่าซื้อรถยนต์
ผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรประเภท 1 วันที่ 3% ตามการคาดการณ์ของตลาด ซึ่งนักวิเคราะห์มีการคาดการณ์แนวโน้มแตกต่างกัน มีทั้งการคงอัตรา 3% ไปจนถึงสิ้นปี และมีโอกาสปรับลดลง 0.25% เหลือ 2.75% ในไตรมาส 3 ปีนี้
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวว่า มีโอกาสสูงที่ดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับต่ำที่ 3% จนถึงสิ้นปี เพราะมีความกังวลเรื่องปัญหายุโรปและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงก็ช่วยลดความกดดันเรื่องอัตราเงินเฟ้อลง
ขณะที่นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต คาดว่า ธปท.มีแนวโน้มปรับอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในไตรมาส 3 เพราะมีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายการเงินที่กว้างขึ้นหลังอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงต่ำกว่าระดับ 3% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งดอกเบี้ยที่ลดลงจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเก็งกำไรหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และธนาคารขนาดกลางที่เน้นธุรกิจเช่าซื้อ
บล.เอเซีย พลัส ระบุหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์จากดอกเบี้ยต่ำ คือ ธนาคารขนาดใหญ่ เช่น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ส่วนอสังหาริมทรัพย์ เช่น บริษัท พฤกษา เรียล เอสเตท (PS) บริษัท ไรมอน แลนด์ (RML) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC)
บล.บัวหลวง มองว่า นอกจากเป็นผลดีกับหุ้นบ้าน เช่น หุ้นบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) บริษัท ศุภาลัย (SPALI) และ PS แล้วยังดีกับหุ้นรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ด้วย เช่น บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ (TRU) จากลูกค้าเร่งตัดสินใจซื้อก่อนดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้น
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อไป เพื่อพลิกฟื้นภาวะเศรษฐกิจหลังจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตยุโรป ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันและทองคำเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นส่วนใหญ่น่าจะปรับตัวขึ้นได้ หลังจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าที่ประชุมของธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในเดือน มิ.ย.นี้ มีความจำเป็นต้องออกมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่าอีซีบีอาจจะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ส่วนเฟดจะมีการต่อมาตรการ Operation Twist ที่จะหมดลงในเดือนนี้ ซึ่งช่วยสภาพคล่องในระบบและในตลาดทุนโลกได้
“มิ.ย.นี้เป็นเดือนที่มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะมีการเลือกตั้งของกรีซในวันที่ 17 มิ.ย.นี้แล้ว วันที่ 1920 มิ.ย. เฟดมีการประชุม และวันที่ 21 มิ.ย. ถึงคิวประชุมของ รมว.คลังยุโรป” แหล่งข่าวเปิดเผย
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำที่ดีดขึ้นแรงเหนือ 1,612 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งในประเทศเพิ่มขึ้น 250 บาท รับซื้อ 2.4 หมื่นบาท และขายออก 2.1 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.นั้น ทางวายแอลจี มีมุมมองว่ายังอยู่ในช่วงปรับฐานของราคา แนะนำให้เล่นในกรอบ คือทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้น และไม่ผ่านแนวต้าน 1,621 หรือ 1,630 เหรียญสหรัฐ และให้เข้าซื้อเก็งกำไรหากย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,593 หรือ 1,585 เหรียญสหรัฐ
ด้านตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงสวนทางตลาดเอเชีย หลังวิ่งแรงมาหลายวัน โดยดัชนีปิดที่ 1,158.22 จุด ติดลบ 4.71 จุด แต่นักลงทุนต่างชาติขายเล็กน้อย 35 ล้านบาท คาดแนวโน้มยังคงแกว่งตัวในช่วงแคบๆ ในช่วง 12 วันนี้เพื่อรอความชัดเจนจากการเลือกตั้งกรีซ







