
เอกชนขู่ย้ายฐานหากน้ำท่วมซ้ำซ้อน
เอกชนขู่ย้ายฐานการผลิตสินค้า หากน้ำท่วมซ้ำซ้อน แนะรัฐทำประกันน้ำท่วมระดับนานาชาติให้กับภาคอุตสาหกรรม
เอกชนขู่ย้ายฐานการผลิตสินค้า หากน้ำท่วมซ้ำซ้อน แนะรัฐทำประกันน้ำท่วมระดับนานาชาติให้กับภาคอุตสาหกรรม
นายโรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเชีย ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนแบรนด์สตีเบล เปิดเผยว่า บริษัทมีแนวคิดย้ายฐานการผลิตสินค้า กรณีหากปีนี้เกิดเหตุน้ำท่วมนิคมบางปะอิน จ.อยุธยา เป็นครั้งที่สอง ซึ่งบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าในบริเวณดังกล่าว แต่เบื้องต้นยังไม่มีนโยบายจากบริษัทแม่ให้ย้ายฐานออกจากประเทศไทยในทันที แต่ได้เตรียมแผนสำรองฉุกเฉินรองรับเหตุการณ์น้ำท่วมไว้ เพราะคาดหวังว่ารัฐบาลไทยจะมีมาตรการที่ดี
ทั้งนี้ต้องการให้รัฐบาลเร่งทำประกันน้ำท่วมระดับนานาชาติ ให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อสร้างความมั่นใจกับกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม รวมถึงมีมาตรการรับมือปัญหาน้ำท่วมอย่างชัดเจน เช่น การทำฟลัดเวย์(เส้นทางน้ำผ่าน) ป้องกันน้ำท่วม การสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน
“บริษัทเชื่อว่าประเทศไทยยังเป็นแหล่งการผลิตที่มีศักยภาพพร้อมทุกด้าน แต่รัฐบาลต้องลงมือทำการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะขณะนี้นับถอยหลังเหลือเพียง 4 เดือนที่จะเตรียมความพร้อมในการรับมือ เมื่อเทียบกับช่วงน้ำท่วมปีที่ผ่านมาเริ่มตั้งแต่เดือนต.ค. ซึ่งบริษัทได้หยุดการผลิตในเดือนต.ค. พร้อมย้ายการผลิตชั่วคราวไปย่านบางนา ในเดือนพ.ย.-ธ.ค.ปีที่ผ่านมา และเริ่มเดินเครื่องใหม่ที่บางปะอินอีกครั้ง เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา” นายเฮิน กล่าว
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา บริษัทได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งได้รับเงินประกันความเสียหายจากบริษัทประกัน โดยในปีนี้บริษัทได้ยกพื้นที่โรงงานการผลิตให้มีพื้นที่สูงมากกขึ้น รวมถึงทำพื้นที่ชั้น 2 รองรับการอพยพเครื่องจักรฉุกเฉิน
นอกจากนี้ผลกระทบน้ำท่วม ทำให้ผลประกอบการปี 2554 เติบโตเพียง 6%มูลค่า 580 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2553 จากเดิมตั้งเป้าโต 15% ขณะที่ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ มีอัตราการเติบโตกว่า 50% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ผิดปกติจากทุกปีเฉลี่ย 10% เนื่องจากคนไทยจำเป็นต้องซื้อสินค้าใหม่ ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตเฉลี่ย 10% รายได้ 620 ล้านบาท แบ่งเป็นจำหน่ายในประเทศ 500 ล้านบาท และ ส่งออก 120 ล้านบาท
นายเฮิน กล่าวว่า บริษัทได้ขยายการลงทุนโรงงานใหม่ ที่ประเทศออสเตรเลีย และอยู่ระหว่างการศึกษาลงทุนสร้างโรงงานที่ ประเทศอินเดีย พม่า ตามลำดับ เพื่อขยายฐานตลาดกลุ่มลูกค้ารองรับการเปิดเสรีเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ปี 2558







