posttoday
กรอ.ลุยเอาผิด12โรงงานปล่อยน้ำเสีย

กรอ.ลุยเอาผิด12โรงงานปล่อยน้ำเสีย

12 มิถุนายน 2555

กรมโรงงานฟ้องเอาผิดโรงงานฟอกย้อม 12 แห่งปล่อยน้ำเสีย ด้านเอกชนเสนอขอทยอยปรับมาตรการตรวจคุณภาพน้ำ

กรมโรงงานฟ้องเอาผิดโรงงานฟอกย้อม 12 แห่งปล่อยน้ำเสีย ด้านเอกชนเสนอขอทยอยปรับมาตรการตรวจคุณภาพน้ำ

นายสมศักดิ์ จันทรรวงทอง ผู้อำนวยการสำนักโรงงานอุตสาหกรรมรายสาขา 2 กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรอ.ได้ส่งรายชื่อโรงงานฟอกย้อมที่มีการปล่อยน้ำไม่ได้คุณภาพที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการจำนวน 12 แห่ง ไปยังจังหวัดสมุทรปราการให้ดำเนินคดีแล้วโดยบทลงโทษตามขั้นตอนจะต้องปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หลังจากนั้นจะมีการสั่งปรับปรุงการดำเนินงานและหากไม่ปฏิบัติตามก็สามารถสั่งปิดดำเนินการได้ทันที

"ขณะนี้โรงงานฟอกย้อมทั่วประเทศมีประมาณ 190 แห่ง และ 70 แห่งอยู่ในพื้นที่จ.สมุทรปราการ ซึ่งปัญหาเรื่องน้ำเสียที่ผ่านมาทำให้กรอ.ได้เฝ้าระวังและไปตรวจค่ามาตรฐานการปล่อยน้ำเสียโรงงานในพื้นที่เสี่ยงจ.สมุทรปราการพบว่าอยู่ในข่าย 31 แห่ง แต่เมื่อตรวจสอบ มีที่ไม่ผ่านมาตรฐาน 12 แห่ง"นายสมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้กรอ.ได้ทำข้อตกลงร่วมมือใน”โครงการตัวอย่างในการจัดการน้ำเสียโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” นำร่องในโรงงานฟอกย้อม 10 แห่งเพื่อพัฒนาให้เป็นตัวอย่างในการจัดการน้ำเสียผ่านการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบของชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงโรงงานโดยมีระยะเวลา 8 เดือนเมื่อเสร็จแล้วจะนำไปสู่การขยายผลเพื่อจัดทำคู่มือเป็นกรอบแนวทางปฏิบัติเพื่อให้โรงงานอื่นได้นำไปใช้บริหารจัดการน้ำเสียที่มีส่วนร่วมของชุมชนที่แท้จริง

นายสุรพล มาลัยรัตนา ผู้อำนวยการบริษัท ลักกี้เท็คซ์ (ไทย) โรงงานที่ 2 กล่าวว่า บริษัทฯได้ร่วมเข้าโครงการจัดการน้ำเสียโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เนื่องจากโรงฟอกย้อมมีการต่อต้านจากชุมชนมากขึ้นทำให้รัฐเข้ามาควบคุมและเข้มงวดในเรื่องของมาตรฐาน โดยล่าสุดกรอ.มีแนวคิดที่จะเข้มงวดการกำหนดค่ามาตรฐานน้ำเสีย หรือค่าซีโอดี จากเดิมที่กำหนดไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นไม่เกิน 120 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเอกชนเห็นว่าสูงเกินไป โรงงานฟอกย้อมหากไม่ใช่รายใหญ่คงไม่มีเงินทุนในการลงทุนได้จึงเห็นว่าควรจะอยู่ที่ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อลิตรแล้วค่อยๆ ทยอยลดลงไปเพื่อให้เอกชนมีเวลาปรับตัว

ทั้งนี้ โรงงานที่เป็นขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะได้รับผลกระทบมาก เพราะต้องลงทุนเพิ่มเพื่อปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นไปตามมาตรฐาน ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายต้องปิดกิจการเนื่องจากไม่มีเงินทุน ส่วนการย้ายไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเอสเอ็มอี

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการฟอกย้อมยังได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน รวมทั้งการขาดแคลนแรงงาน เพราะอุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ดังนั้นการอาศัยแรงงานต่างด้าวจึงมีความจำเป็นมาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จึงควรพิจารณาผ่อนผันให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมสามารถใช้แรงงานต่างด้าวได้ หรือหากผ่อนผันไม่ได้จริงๆ ผู้ประกอบการอาจเลือกที่จะออกจากการรับสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ เพื่อไปใช้แรงงานต่างด้าวแทน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี