
ฟิโก้ต่อยอดกิจการบุกค้าปลีก
รับนักธุรกิจ-ท่องเที่ยวเข้าไทย หวังต่อคนควักกระเป๋า3หมื่นบ.
รับนักธุรกิจ-ท่องเที่ยวเข้าไทย หวังต่อคนควักกระเป๋า3หมื่นบ.
กลุ่มฟิโก้ บุกหนักธุรกิจค้าปลีกลุยพื้นที่ขายโครงการสำนักงาน-โรงแรม รับ “เออีซี” นักธุรกิจนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักเยือนไทย
นายรชาดา โรจนาวาศ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจโครงการอสังหาริมทรัพย์และเชนโรงแรม เปิดเผยว่า นายกฤษณ์ ศรีชวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทวางนโยบายธุรกิจค้าปลีกในเชิงรุก โดยแตกหน่วยงานธุรกิจใหม่ คือ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เพื่อบริหารพื้นที่ขายโครงการอสังหาริมทรัพย์และเชนโรงแรมแบรนด์ต่างๆ ในกลุ่มฟิโก้
ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ค้าปลีกรวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 4,400 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ขายในโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ สุขุมวิท 22 ประมาณ 2,000 ตร.ม. เดอะ ยูจีเนีย 400 ตร.ม. อาคารเดอะฟิโก้ เพลส 800 ตร.ม. โนโวเทล สีลม 1,200 ตร.ม. ซึ่งยังไม่รวมกับโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สีลม ซึ่งมีพื้นที่ค้าปลีกราว 4,600 ตร.ม. ที่ปัจจุบันมีผู้เช่าร้านค้าจับจองพื้นที่ไปแล้วประมาณ 30%
ทั้งนี้ บริษัทเห็นศักยภาพการเติบโตธุรกิจค้าปลีกไทย จะมีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต โดยเฉพาะการเปิดสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 จากการที่กลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามาพักผ่อนในประเทศไทย โดยเฉพาะย่านใจกลางเมืองอย่างสุขุมวิท และสีลมมากขึ้น จากปัจจุบันย่านสุขุมวิทจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจจากญี่ปุ่น และยุโรป ส่วนในย่านสีลมจะเป็นชาวจีนและเอเชียจะอยู่ในย่านสีลม เป็นต้น
รูปแบบร้านค้าปลีกหรือธุรกิจบริการ ที่จะเข้ามาเปิดให้บริการในพื้นที่ขายในโรงแรมและอาคารสำนักงานนั้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละทำเลที่แตกต่างออกไป เช่น กลุ่มร้านค้าสินค้าหรูหรา บริการสปา สถานเสริมความงาม ฯลฯ เพื่อให้บริการในโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สุขุมวิท 22 ที่วางตำแหน่งเป็นโรงแรม 4 ดาว มีจำนวนห้องพัก 310 ห้อง ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการสิ้นปี 2555 โดยใช้งบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท
ขณะที่ร้านค้าปลีกประเภทตัวแทน (เอเยนซี) ท่องเที่ยว คลินิก และสถาบันการศึกษาด้านภาษาต่างๆ จะเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ในโรงแรมโนโวเทล สีลม ส่วนโครงการเดอะฟิโก้ เพลส บนถนนสุขุมวิท 21 จะต้องการร้านค้าหรือร้านอาหารที่มีแบรนด์ต่างๆ หรือศูนย์สุขภาพ (ฟิตเนส) เป็นต้น
ทั้งนี้ เนื่องจากพฤติกรรมของนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างๆ ชาติที่เข้ามาไทยในปัจจุบันจะเตรียมค่าใช้จ่ายส่วนตัวในแต่ละวันมากขึ้นซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อวัน หากมีการพักและจับจ่ายซื้อของในกรุงเทพฯ และส่วนใหญ่ต้องการซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่ภายในหรือรอบๆ โรงแรมที่พักอาศัยมากขึ้น
ปีแรกบริษัทยังไม่ได้วางเป้าหมายรายได้ แต่เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในเครือต่างๆ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีกแบรนด์เนมหรูหรา ธุรกิจสิ่งทอ-แฟชั่น และร้าน-อาหารเครื่องดื่ม เป็นต้น







