
เงินเฟ้อไม่รุนแรง หนุนคงดอกเบี้ยนโยบาย
ความกังวลด้านเงินเฟ้อเริ่มบรรเทาลงบ้างในระยะนี้ โดยอัตราเงินเฟ้อล่าสุดเดือน พ.ค. 2555 อยู่ที่ 2.53%
โดย...ฝ่ายวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ความกังวลด้านเงินเฟ้อเริ่มบรรเทาลงบ้างในระยะนี้ โดยอัตราเงินเฟ้อล่าสุดเดือน พ.ค. 2555 อยู่ที่ 2.53% ใกล้เคียงกับระดับ 2.47% ในเดือน เม.ย. แผ่วลงจากไตรมาสแรก ซึ่งอยู่ที่ 3.39%
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มเร่งขึ้นจากประมาณ 3% ในช่วงครึ่งปีแรก มาอยู่ที่เฉลี่ย 3.9% ผลจากแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ
และนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐ อาทิ การทยอยจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง) และการปรับขึ้นค่า Ft เป็นต้น
ทั้งนี้ แรงกดดันเงินเฟ้ออาจไม่เร่งตัวรุนแรงอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะวิกฤตหนี้ในยูโรโซนที่กำลังแผ่ลามจากกรีซไปสู่วิกฤตภาคธนาคารในสเปน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ขาดปัจจัยหนุน (สหรัฐและญี่ปุ่นฟื้นตัวช้าและเปราะบาง ส่วนเศรษฐกิจ BRIC และเอเชียชะลอตัวลงชัดเจน) ส่งผลให้
1) ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก รวมถึงราคาน้ำมันและสินค้าเกษตรมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนที่มีต่อเงินเฟ้อในประเทศ
2) ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation Expectation) จึงอาจไม่เร่งขึ้นมากนัก จากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มซบเซาเกินคาด ผนวกกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งมีส่วนทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อเริ่มแผ่วลง
โดยตัวเลขการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในอีก 12 เดือนข้างหน้า (จัดทำโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)) สำรวจล่าสุด ณ เม.ย. 2555 อยู่ที่ 3.5% เริ่มชะลอลงเล็กน้อยจากที่สำรวจ ณ เดือน มี.ค. อยู่ที่ 3.7%
ขณะที่นโยบายชะลอการปรับขึ้นราคาพลังงานและราคาสินค้าจำเป็นอื่นๆ มีส่วนช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 23 โดยภาครัฐประกาศชะลอการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ภาคขนส่ง และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ออกไปอีก 3 เดือน ถึงวันที่ 15 ส.ค.นี้
ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวน 200 ราย ใน 7 กลุ่มสินค้าจำเป็น ให้ชะลอปรับขึ้นราคาสินค้าไปอีก 4 เดือน ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ย. 2555 นี้
ดังนั้น แม้แรงกดดันเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ไม่น่าจะเร่งตัวรุนแรงมากดังเช่นที่เคยคาดไว้ ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดประมาณการอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2555 ลงสู่ระดับ 3.2-3.7% จาก 3.5-4% ในการประมาณการครั้งก่อน
ทั้งนี้ เมื่อประกอบกับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ปรากฏชัดขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อจากนี้ จึงคาดว่าทางการจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิมที่ 3% ต่อไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำและยังช่วยเกื้อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย







