posttoday
เชลล์โวยค่าการตลาดต่ำ ไม่คุ้ม‘ค่าแรง-ลงทุนปั๊ม’

เชลล์โวยค่าการตลาดต่ำ ไม่คุ้ม‘ค่าแรง-ลงทุนปั๊ม’

09 มิถุนายน 2555

เชลล์ โอดค่าจ้างเด็กปั๊มขึ้นกระทบค่าบริหารจัดการ 30-40% แนะควรคำนวณใหม่

เชลล์ โอดค่าจ้างเด็กปั๊มขึ้นกระทบค่าบริหารจัดการ 30-40% แนะควรคำนวณใหม่

นางพิศวรรณ อัชนะพรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ค่าการตลาดที่กระทรวงพลังงานประกาศไว้ที่ 1.50 บาทต่อลิตร เป็นตัวเลขที่ล้าสมัย เนื่องจากเป็นตัวเลขที่มีการวิจัยมาเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว จากสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันค่าการตลาดควรจะนำเอาสมมติฐานเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อที่เฉลี่ยต่อปีที่ 3% และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน มาคำนวณค่าการตลาดใหม่

ทั้งนี้ จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เช่น จาก 217 บาท เป็น 300 บาท ทำให้มีภาระการบริหารจัดการเพิ่มขึ้นประมาณ 30-40% ขณะเดียวกันเชลล์มีแผนการลงทุนขยายสถานีบริการในปีนี้เพิ่มอีก 10 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 550 แห่ง ใช้เงินลงทุนประมาณ 30 ล้านบาทต่อแห่ง รวมใช้งบลงทุนสำหรับเพิ่มสถานีและทำการตลาดทั้งปีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ทำให้เชลล์จำเป็นต้องทำกำไร จึงไม่สามารถรักษาค่าการตลาดที่ 1.50 บาทต่อลิตร

“อยากให้กระทรวงพลังงานทบทวนค่าการตลาดใหม่ เพราะธุรกิจน้ำมันเป็นธุรกิจการค้าเสรี ซึ่งกลไกการตลาดจะเป็นผู้ควบคุมราคาขายเองเพราะผู้บริโภคจะมีวิจารณญาณในการเลือกใช้หากเห็นว่าผู้ค้าขายแพงก็สามารถเลือกใช้รายที่ถูกได้” นางพิศวรรณ กล่าวอย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้หารือกับหระทรวงพลังงานถึงผลกระทบเรื่องค่าแรง 300 บาทว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างไร

นอกจากนี้ รวมถึงแนวคิดการ สร้างสถานีบริการน้ำมันแบบบริการตนเอง หรือเซลส์เซอร์วิส ซึ่งกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ โดยเชลล์มองว่าส่วนลดจากการเติมน้ำมันเต็มถังไม่ควรต่ำกว่า 50 บาท เพื่อเกิดแรงจูงใจ และผู้ค้าเองจะต้องได้ค่าการตลาดเฉลี่ย 1.80-2 บาทต่อลิตร ถึงจะคุ้มกับผู้ประกอบการ

สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันมองว่าจะเป็นการผันผวนระยะสั้นจากผลกระทบจากกรีซ เพราะจะส่งผลต่อการใช้น้ำมันทางอ้อม ซึ่งในระยะยาวราคาน้ำมันจะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานในตลาด ต้อดูปริมาณสำรองในสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง และความต้องการใช้ช่วงปลายปี

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เชลล์ได้เปิดตัวน้ำมันสูตรใหม่ คือ น้ำมันเชลล์ วี-เพาเวอร์ ไนโตรพลัส ซึ่งไทยนำมาขายเป็นประเทศที่ 4 ของโลก นับจากนอร์เวย์ อาร์เจนตินา และฟิลิปปินส์ ประกอบด้วย 2 ชนิด คือ ดีเซลและแก๊สโซฮอล์95 โดยคงราคาขายหน้าปั๊มเท่ากับราคาน้ำมันวี-เพาเวอร์เดิม แม้จะมีต้นทุนในการพัฒนาเพิ่มขึ้น โดยน้ำมันดังกล่าวเป็นเกรดพรีเมียม เพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท